แสงไทย เค้าภูไทย

การคอร์รัปชันไทยในยุครัฐราชการนับวันแต่จะฝังรากหยั่งลึกและแพร่ระบาดรุนแรงพอๆกับโควิด-19 ทำให้เกิดความหวาดระแวงการทำงานของรัฐบาลในด้านการควบคุมการระบาดและการจัดซื้อจัดหาวัคซีน จนเกิดปัญหาติดขัดตลอดเวลาทำให้ไม่สามารถกระจายและเพิ่มจำนวนผู้รับการฉีดได้ทั่วถึง

ในขณะที่กระแสสังคมตั้งข้อสังเกตความโปร่งใสในการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นาว่าน่าจะมีความไม่โปร่งใส เพราะมีการแจกแจงกระบวนการจัดซื้อระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ตรงกัน

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีได้เปิดปากพูดถึงการคอร์รัปชันว่าตนมีความ “ห่วงใยคอร์รัปชันเมืองไทยมากที่สุดตั้งแต่เกิดมา”

นายอานันท์เปรียบเทียบการคอร์รัปชันในยุคก่อนกับยุคนี้ว่า ยุคก่อน การคอร์รัปชันในวงราชการมีลักษณะเป็นการเรียกร้องค่าตอบแทนระหว่างบุคคลต่อบุคคลหรือกลุ่มต่อกลุ่มเท่านั้น

แต่ปัจจุบัน การคอร์รัปชันมีลักษณะที่เป็น “ความฉ้อฉล”และ “กลโกง” ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น ไม่ใช่แต่ค่าตอบแทนสินน้ำใจ ค่าน้ำร้อนน้ำชา ฉ้อราษฎร์บังหลวง เหมือนก่อน

แต่เป็นการ “กินเมือง” อะไรขวางซื้อหมด อำนาจเงินกลายเป็นอำนาจสูงสุด

เงื่อนงำในกระบวนการจัดซื้อวัคซีนโมเดอร์นามีความซับซ้อน ขั้นตอนมาก ทั้งซับซ้อนและซ้ำซ้อน

เมื่อบรรดาสื่อมวลชนและสื่อออนไลน์นำหลักฐานมายืนยันและต้อนซัก ก็พยายามพลิกพลิ้วไม่ยอมจำนน โยนกันไปโยนกันมา

เป็นวิธีการแบบข้าราชการในระบอบรัฐราชการที่มีมาทุกยุคทุกสมัย

หากการซื้อวัคซีนโมเดอร์นาไม่มีเอกชนมาเกี่ยวข้องคือสมาคมโรงพยาบาลเอกชนก็คงไม่มีปัญหา

แต่เมื่อเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เกิดการเปรียบเทียบกันระหว่างระบบการจัดซื้อจัดจ้างของเอกชนกับของภาครัฐ

การเจรจาเพื่อซื้อวัคซีนตัวนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยองค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ดำเนินการ แต่จนวันนี้เกือบครึ่งปียังปิดดีลไม่ได้

หากให้เอกชนดำเนินการ ป่านนี้คนไทยได้มีวัคซีนทางเลือกอีกแบรนด์หนึ่งแล้ว แม้จะเสียค่าฉีดเข็มละ 1,500-1,800 บาท ก็ยอม

เพราะวัคซีนที่ทางรัฐจัดให้ โดยเฉพาะซิโนแวคนั้น ขาดความน่าเชื่อถือ

ช่วงแรกๆก็ว่ามีผลป้องกันโควิดได้ถึง 70-80% แต่พอมีการระบาดของโควิดกลายพันธุ์ เป็นสายพันธุ์เดลตา หรือสายพันธุ์อินเดีย ประเทศที่ใช้ซิโนแวคเป็นหลัก มีผู้คนล้มตายกันเป็นเบือ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่แม้จะฉีดครบ 2 เข็มแล้วก็ตาม

ในไทยเองก็มีตัวอย่าง ฉีด 2 เข็มแล้วยังติด

มีความพยายามเบี่ยงเบน ว่าจะต้องฉีดซ้ำเข็มที่ 3 แต่ก็ไม่มีคนไทยเชื่อว่าจะป้องกันได้

ความไม่โปร่งใสนี้ เชื่อแน่ว่าจะมีการสาวลึกและตีวงกว้างไปเรื่อยๆ

คงจะเจออะไรดีเข้าสักวันในไม่กี่วันข้างหน้า