จากผลการสำรวจข้อมูลล่าสุดจาก Booking.com ที่รวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากความคิดเห็นของผู้เดินทางกว่า 29,000 คนใน 30 ประเทศ เผยให้เห็นว่าการแพร่ระบาดได้กระตุ้นให้ผู้เดินทางมุ่งมั่นที่จะเริ่มต้นการเดินทางท่องเที่ยวในวิถียั่งยืน ซึ่ง 87% ของผู้เดินทางชาวไทยเชื่อว่าผู้คนต้องลงมือทำตั้งแต่ตอนนี้เพื่อรักษาโลกใบนี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไป ในขณะที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

โดย มาริแอน กิบเบิลส์ ผู้อำนวยการสายงานความยั่งยืน ของ Booking.com กล่าวถึงรายงานด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนประจำปี 2564 ของ Booking.com ระบุว่า ผู้เดินทางมุ่งมั่นที่จะเดินทางอย่างยั่งยืนด้วยความใส่ใจมากกว่าที่เคย โดย 78% ของผู้เดินทางชาวไทยกล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเปลี่ยนให้พวกเขาต้องการเดินทางแบบยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต และ 66% ยอมรับว่าการแพร่ระบาดได้เปลี่ยนทัศนคติให้พวกเขาลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชีวิตประจำวัน อาทิ การรีไซเคิลประมาณ 50% และการลดขยะอาหาร 28% ซึ่งพวกเขาให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกๆ

ซึ่งผลการสำรวจในปีนี้ แสดงให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางเพื่อความยั่งยืนในแต่ละวันของผู้เดินทาง สอดคล้องกับความตั้งใจที่จะออกท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในทริปต่อ ๆ ไป โดย 94% ของผู้เดินทางชาวไทยต้องการลดปริมาณขยะทั่วไป ส่วน 91% ตั้งใจลดการใช้พลังงาน (เช่น ปิดแอร์ และปิดไฟในห้องพักในเวลาที่ออกไปข้างนอก) และ 85% ต้องการใช้ตัวเลือกในการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน หรือใช้บริการรถขนส่งสาธารณะ แทนที่จะใช้แท็กซี่หรือรถเช่า นอกจากนั้นผู้เดินทางยังเคารพและให้ความสำคัญต่อชุมชนท้องถิ่นมาเป็นอันดับต้น ๆ เช่นกัน

ขณะที่ในระหว่างการเดินทาง 85% ของผู้เดินทางชาวไทย ต้องการสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สะท้อนวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่นนั้นๆ อย่างแท้จริง ส่วน 91% เชื่อว่าการเร่งสร้างความเข้าใจด้านวัฒนธรรม และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในขณะที่ 85% ต้องการมั่นใจว่าผลของการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะถูกกระจายไปสู่คนทุกระดับในสังคม นอกจากนี้ 87% ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น ไปถึงขั้นเลี่ยงจุดหมายและสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยม เพื่อให้มั่นใจว่าตนจะไม่มีส่วนทำให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวล้น และเพื่อช่วยกระจายรายได้ไปสู่ท้องถิ่น ด้วยการช่วยในส่วนที่ตนเองทำได้อย่างการเดินทางไปยังจุดหมายและชุมชนที่มีผู้คนไปเยือนน้อย

อีกทั้งผลสำรวจยังพบ ว่า ระหว่างการไปทริปท่องเที่ยวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาของผู้เดินทางประมาณ 47% ของผู้เดินทางชาวไทยต่างไม่ลืมปิดเครื่องปรับอากาศในที่พักตอนไม่ได้อยู่ในห้อง ส่วน 48% พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ไปเอง แทนที่จะซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดระหว่างออกทริป และ 51% ได้ทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น และอันที่จริงแล้วผู้เดินทางชาวไทยมากกว่าครึ่ง หรือ 66% ยอมรับว่า รู้สึกหงุดหงิดหากที่พักที่เลือกเข้าพักไม่เอื้อให้พวกเขาสร้างความยั่งยืน เช่น ไม่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือสิ่งของอำนวยความสะดวกที่สามารถรีไซเคิลได้

ในขณะเดียวกัน 98% ของผู้เดินทางชาวไทย ต้องการเข้าพักในที่พักรักษ์โลกที่ยึดหลักความยั่งยืนในปีที่จะถึงนี้ และอันที่จริงแล้วจาก 14% ของผู้เดินทางชาวไทยที่กล่าวว่าเมื่อปีก่อนไม่ได้เข้าพักในที่พักรักษ์โลก มีผู้เดินทาง 24% ในกลุ่มดังกล่าวระบุว่า พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีที่พักเช่นนี้อยู่ และ 47% ระบุว่า พวกเขาไม่พบตัวเลือกแบบนี้เลยในจุดหมายที่ไปมา และ 39% กล่าวว่าไม่รู้วิธีหาที่พักรักษ์โลกเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น 66% ของผู้เดินทางชาวไทยเชื่อว่าในปี 2564 ก็จะยังไม่มีตัวเลือกที่มากพอสำหรับการเดินทางอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตามผลสำรวจข้อมูลที่มาจากการสอบถามที่พักคู่ค้าของ Booking.com มีที่มีถึง 82% เชื่อว่าความยั่งยืนในแวดวงการให้บริการนั้นมีความสำคัญ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับ 94% ของผู้เดินทางชาวไทยที่เชื่อเช่นกันว่าการเดินทางอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าที่พักคู่ค้าจาก 3 ใน 4 ได้เริ่มนำขั้นตอนต่าง ๆ เข้ามาปรับใช้เพื่อความยั่งยืนในที่พักแล้ว แต่มีเพียง 1 ใน 3 หรือประมาณ 31% เท่านั้นที่ทำการสื่อสารเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของตน ไปยังลูกค้าที่มีแนวโน้มจะมาเป็นผู้เข้าพัก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ให้บริการที่พักจะสื่อสารตอนที่ผู้เดินทางกำลังเช็คอินภายในที่พัก ประมาณ 59% โดยข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในเส้นทางสู่ความยั่งยืนดังกล่าวถึงผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวควรทำอย่างไร เพื่อให้ผู้เดินทางสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านความยั่งยืนได้ง่ายดาย ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ของกระบวนการจองที่พัก

ซึ่งทาง Booking.com ได้ทำการสำรวจข้อมูลด้านการเดินทางอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 6 ปี โดยข้อมูลดังกล่าวถือเป็นแรงบันดาลใจของการทำงาน เพราะได้เห็นการตระหนักถึงความสำคัญของการเดินทางอย่างยั่งยืนมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากผู้เดินทางและจากที่พักคู่ค้า ทุกฝ่ายต่างมีความตั้งใจที่ดี ดังนั้นจึงทำให้ทาง Booking.com มีสิ่งที่ต้องทำอีกมากเพื่อทำให้การเดินทางอย่างยั่งยืนกลายเป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ทั้งช่วยให้ที่พักคู่ค้าเข้าใจและปรับใช้แนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืนได้มาก ก็ยิ่งมีโอกาสในการทดลองเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้แก่ผู้บริโภคได้มากขึ้นเท่านั้น และในที่สุดเราก็จะค้นพบวิธีที่เหมาะสมในการเผยแพร่ข้อมูลด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจของผู้เดินทางได้อย่างชัดเจนและโปร่งใส