แสงไทย เค้าภูไทย

แรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าไทยมาให้จับได้วันนี้ ล้วนมีใบสั่งจากเอเย่นต์ส่งแรงงานป้อนโรงงานและธุรกิจบริการในไทยทั้งสิ้น ยิ่งมีการเข้มงวดกวดขันมาก ค่าหัวก็ยิ่งแพง ด่านมาเลเซีย-ไทย นายหน้ามาเลย์คิดค่าหัวสูงลิ่วถึง 30,000 บาท

ล่าสุด จับแรงงานเมียนมาข้ามแดนผิดกฎหมาย 2 ด้าน ด้านใต้ด่านสะเดา 20 คน ด่านสังขละบุรี 33 คน ก่อนหน้านี้ 114 คน

จำนวนแรงงานที่รัฐบาลเปิดให้นำเข้ามาถูกกฎหมายมีน้อยกว่าความต้องการแรงงานต่างด้าวของผู้ประกอบการไทยมาก ทำให้มีการโก่งค่าตัวกัน ด้วยข้ออ้างต้องจ่ายส่วยหลายด่าน

ค่าหัวแรงงานเมียนมาลักลอบเข้าไทยวันนี้ ด้านชายแดนภาคเหนือ-ตะวันตก 13.000-17.000 บาท กัมพูชา 13.000 บาท

ส่วนมาเลเซียนั้น แพงที่สุด เหตุจากนายหน้ามาเลย์คิดถึงหัวละ 3,000 ริงกิตหรือราว 30,000 บาท

แรงงานเถื่อนเหล่านี้ มีจุดหมายปลายทางหลัก คือ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร ระนอง กระบี่ ภูเก็ต

ศบค.แจ้งว่า รอบ 4 เดือนจับได้แล้วกว่า 1.5 หมื่นคน แต่ไม่มีตัวเลขจับไม่ได้ ซึ่งน่าจะมากกว่าที่จับได้หลายเท่าตัว

เหตุมีใบสั่งเอเย่นต์ไม่อั้นจำนวน เพราะความขาดแคลนแรงงานต่างด้าวล่าสุด มีถึง 200,000 คน

ทั้งนี้ แม้จะอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอันเกิดจากการระบาดขอไวรัสโควิด-19 แต่ก็ยังมีธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ยังอยู่ได้และเปิดดำเนินการอยู่อีกกว่าครึ่งของกิจการที่เคยมีอยู่ก่อนโควิดจะระบาดระลอกแรก

แหล่งแรงงานที่มีลูกจ้างแรงงานต่างด้าวมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร ตัวเลขเมื่อเดือนมกราคม 64 อยู่ที่ 589,419 คน

การที่มีตัวเลขสูงที่สุดก็เพราะมีการใช้แรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมบริการมากกว่าจังหวัดอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้แรงงานต่างด้าวในอุตสาหกรรมการผลิต

สำหรับจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากรองๆลงมานับเนื่องท็อปเท็น ได้แก่ สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต

ก่อนหน้านี้องค์กรแรงงานเมียนมา(MWRN) เรียกร้องรัฐบาลของตนให้เจรจากับรัฐบาลไทยขอให้อนุญาตให้แรงงานเมียนมา 60,000 คน เข้ามาทำงานในประเทศไทย

แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับหรือดำเนินการ ก็เกิดรัฐประหารเสียก่อน

อันที่จริงเคยมีการเรียกร้องในลักษณะนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว ทว่าการตอบสนองไทยดูจะชักช้าและนำเข้าแรงงานจำนวนน้อยกว่าที่ภาคการผลิตและบริการของไทยต้องการมาก

เปิดโอกาสให้ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าไทยและส่วยแรงงานเถื่อนได้ดำเนินการกอบโกยผลประโยชน์กันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

แรงงานผิดกฎหมายเหล่านี้ ล้วนแต่นำเชื้อไวรัสโควิดเข้ามา จนทำให้เกิดการระบาดใหญ่เป็นคลัสเตอร์สมุทรสาคร

แม้จะสามารถควบคุมการระบาดได้ จนตัวเลขติดเชื้อเหลือระดับตัวเลขเดี่ยว แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ผู้ว่าฯสมุทรสาครแถลงว่า คลัสเตอร์สมุทรสาครระลอกสองกำลังจะกลับมาอีก

ทั้งนี้เพราะมีแรงงานต่างด้าวเถื่อนลักลอบเข้ามาเติมไม่หยุดหย่อน นำเชื้อไวรัสติดตัวมาด้วย

นอกจากสมุทรสาครแล้ว โรงงานสับปะรดกระป๋องที่หัวหินก็เป็นอีกคลัสเตอร์หนึ่ง จำนวนติดเชื้อ 115 คน เป็นแรงงานเมียนมาทั้งสิ้น

ค่าหัวเหล่านี้ ถ้ารัฐบาลไทยดำเนินการเปิดรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามกฎหมาย มีการตรวจวัดคัดกรอง กักตัว ฉีดวัคซีนให้มีความปลอดภัย ก็จะได้เงินเข้ารัฐไม่ใช่น้อย

ลองคำนวณคราวๆดูว่า จำนวนแรงงานที่ขาดแคลน 200,000 คน หากเก็บค่าธรรมเนียมแทนค่าหัว ค่าส่วย จะได้ปีละเท่าใด ?

ไม่หนี 2,600 ล้านบาท จากค่าหัวขั้นต่ำสุดแค่หัวละ 13,000 บาท

ยังไม่นับภาษีเงินได้ และค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ ของคนกว่า 3 ล้านคน

หลักหมื่นๆล้านทีเดียว