“ดีเอสไอ”ล่ามือป่วนโพสต์ “โควิดสายพันธุ์อินเดีย” เข้าไทย พบเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เตือนประชาชนเช็กก่อนแชร์ก่อนตกเป็นเครื่องมือกลุ่มคนไม่หวังดี ด้าน “สิระ” ซัด “นักการเมือง” ปั่นกระแสย้ายประเทศ บอกถ้าไทยไม่ดี“ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”คงไม่ขอกลับประเทศทุกวัน แนะแกนนำม็อบถาม “เต้น” ย้ายบ้านไปคุก

เมื่อวันที่ 4พ.ค.64 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตั้งศูนย์สืบสวนต่อต้านข่าวสารอันเป็นเท็จ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า (โควิด-19 ) หรือ เฟคนิวส์ กรณีการบิดเบือนข้อมูล ทั้งยังมีการแชร์ เรื่องการแพร่ระบาดเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดีย ที่บริเวณห้างดิโอลด์สยาม จากนักศึกษาที่เดินทางไปศึกษาในประเทศอินเดียว่า จากการตรวจสอบพบผู้เผยแพร่ข้อมูลโควิดสายพันธุ์อินเดียที่เป็นเท็จจนสังคมเข้าใจผิด จนมีการแชร์ต่อๆกันไปในโลกโซเชียลมีเดีย เป็นนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดหนึ่ง เป็นคนเผยแพร่ จากนี้ดีเอสไอจะรวบรวมหลักฐานและส่งข้อมูลความเชื่อมโยงของกลุ่มที่บิดเบือนข้อมูลความเป็นจริงในเรื่องโควิด -19 ให้กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) หรือประสานข้อมูลต่อไปยังศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อให้ไปดำเนินการต่อ แต่หากประเด็นใดที่ศูนย์เฟคนิวส์ ดีเอสไอสามารถดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายได้ด้วยตัวเองก็จะทำในทันที

“เวลานี้กลุ่มคนที่ให้ข่าวอันเป็นเท็จ มีความจงใจให้ประชาชนเกิดความสับสน ตระหนกตกใจ ทั้งยังหวังดิสเครดิตรัฐบาล หวังสร้างความเกลียดชัง ดังนั้นเรื่องนี้กระทรวงยุติธรรมที่กำกับดูแลดีเอสไอจะเข้ามามีส่วนร่วมในการหาข้อมูลเชิงลึกของผู้กระทำผิด เพราะเวลานี้รัฐบาลทำทุกทางในการแก้ปัญหาโควิด-19 ให้สถานการณ์ดีขึ้น และขอให้กลุ่มที่สร้างข่าวปลอมที่เกี่ยวกับโควิด 19 หยุดพฤติกรรมซ้ำเติมสังคมเสียที นอกจากนี้ผมอยากฝากให้ประชาชน เช็กก่อนแชร์ข่าวสารในโซเชียลมีเดีย ตรวจสอบข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาลว่าอันไหนจริงหรือเท็จไม่งั้นจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มที่ไม่หวังดี”

ด้าน นายสิระ เจนจาคะ สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีเฟซบุ๊ก ชื่อกลุ่ม“ย้ายประเทศกันเถอะ” ว่า เรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล ถ้าคุณมีความสามารถพอที่จะไปทำมาหากิน หาคู่ครองเป็นชาวต่างชาติ หรือศึกษาต่อที่ต่างประเทศ อย่างถูกกฎหมาย ไม่ใช่ไปเป็นโรบินฮู้ด หลบๆ ซ่อนๆ จนต้องกลายเป็นปัญหาของสถานทูต ก็ไม่มีใครบังคับให้อยู่ในประเทศไทยต่อ แต่นักการเมืองบางคน แค่ต้องการปั่นกระแสตรงนี้ มาโจมตีการทำงานของรัฐ บาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ว่าทำให้ประเทศไทยไม่น่าอยู่ ตนก็อยากจะย้อนถามนักการเมืองหลายคนที่มีภรรยาเป็นชาวต่างชาติ ทั้งมาจากประเทศฝรั่งเศส อินโดนีเซีย ซึ่งสามารถย้ายขอสัญชาติไปเป็นพลเมืองของประ เทศนั้นๆ ได้ แต่ทำไมถึงต้องพาภรรยามาอยู่ที่ประเทศไทย

“ถ้าประเทศไทยไม่น่าอยู่จริงๆ เขาคงไม่เอาเมียต่างชาติมาอยู่ มาหากินที่นี่ แต่ทุกวันนี้อยู่แล้วก็สร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง ทำให้แผ่นดินไทยหนักขึ้น ผมขอแนะนำให้เป็นกลุ่มแรก ที่ควรย้ายออกจากประเทศไทย และหอบเมียต่างชาติกลับไปด้วย อีกคนหนึ่งที่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ชี้ชัดว่าประเทศไทยดีที่สุดแล้วก็คือ นักการเมืองที่หนีคดีอยู่ต่างประเทศ อย่างนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่แม้จะขนเงินที่โกงไปเป็นแสนล้าน แต่ยังอ้อนวอนขอ กลับมาอยู่ประเทศไทย เพราะถ้าต่างประเทศดีจริง ตระกูลนี้คงอพยพหนีไปกันทั้งครอบครัวแล้ว”

เมื่อถามถึงกรณีที่เพจ Embassy of Sweden in Bangkok หรือ เพจสถานทูตสวีเดน ประจำประเทศไทย ออกมาโพสต์เชิญชวนว่าสวีเดนอาจเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีสำหรับคนอยากย้ายประเทศ นายสิระ กล่าวว่า ประเทศสวีเดนมีประชากรน้อย เขาต้องการแรงงานจำนวนมาก เลยต้องการเอาคนที่มีไอคิวสูงๆ ไปทำประโยชน์ให้กับประเทศเขา เพื่อเสียภาษีแบบขูดรีดกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ จากแรงงาน ซึ่งตนเชื่อว่าประเทศเขาคงไม่ต้อนรับคนโง่ๆ ที่ไม่เคารพกฎหมายบ้านเมือง ไปสร้างความวุ่นวายให้กับประเทศเขาแน่นอน

“ตอนนี้มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่อยากย้ายประเทศจนตัวสั่น ก็คือบรรดาแกนนำม็อบที่ออกมาก่อความวุ่นวาย ทำลายประเทศ จึงต้องการย้ายเพื่อหนีคดีที่ยาวเป็นหางว่าว แต่ไม่มีที่ไหนในโลกเขาต้อนรับ สุดท้ายน่าจะมีที่หนึ่งที่เปิดกว้างต้อนรับอยู่ ก็คือเรือนจำที่กำลังรอให้พวกคุณเข้าไปชดใช้กรรม หรือลองถามประสบการณ์จาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ดูว่าที่เคยก่อกรรมไว้กับประเทศ สุดท้ายได้ย้ายที่อยู่จากบ้านไปอยู่ในคุกใช่หรือไม่”