เมื่อวันที่ 21 เม.ย.64 ที่ผ่านมา นาย เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงฯ บินด่วนไปให้กำลังใจกับบุคลากรที่ทำหน้าที่ใน รพ.สนามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (21 เม.ย. 64) ผม ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้ขออนุญาตท่านนายกรัฐมนตรีบินไปให้กำลังใจกับบุคลากรที่ทำหน้าที่ใน รพ.สนามของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ด้วยความที่ทราบว่าสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤติ ผมจึงตัดสินพาทีมเล็กๆ ไป มีผม ท่านปลัด อว. คณะผู้ติดตามอีก 3 ท่านเท่านั้น การไปก็หลีกเลี่ยงการรับรอง ดูแล เพราะตั้งใจไปทำงานให้มาก ใช้เวลาในพื้นที่แบบกระชับ และเป็นภาระกับผู้อื่นให้น้อยที่สุด ก่อนลงพื้นที่ ผมได้รับการรายงานข้อมูลถึงการติดเชื้อในอัตราที่สูงในช่วงแรก จน จ.เชียงใหม่ถูกจัดให้เป็นพื้นที่สีแดง แต่เมื่อไปประชุมก็ทราบว่า สถานการณ์มีแนวโน้มจะดีขึ้น แม้ว่าในช่วงแรกนั้นถือว่าวิกฤติ โกลาหล ทีเดียว จ.เชียงใหม่ ดูไม่มีตำราใดจะเปิดอ่านรับมือวิกฤตทันเลย ท่าน นพ.สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้เล่าให้ผมและที่ประชุมฟังว่า การระบาดนั้นรวดเร็วแพร่กระจายมาก การตั้งรับนั้นจุดสำคัญคือ ต้องมี รพ สนามที่พอเพียง แต่ถ้ามีผู้ป่วยจำนวนมาก โรงพยาบาลสนามที่มีอยู่ ย่อมไม่มีทางที่จะรับคนป่วยได้เพิ่มอย่างแน่นอน นี่ขนาด จ.เชียงใหม่ ที่มี รพ. มีชื่อ ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนมากมายนะครับ ท่าน นพ. สสจ. บอกว่า ในสถานการณ์ตอนนั้นเสมือนมีข้าศึกกำลังโหม กระหน่ำโจมตีเมืองเชียงใหม่ อย่างหนัก จนทัพหลวงของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รอมร่อจะต้านไม่อยู่แล้ว โชคดีที่ได้กองหนุนในชื่อ "โรงพยาบาลสนามแม่โจ้ของกระทรวง อว." มาช่วยทันในยามวิกฤติสุดขีด ไม่เช่นนั้นแล้วระบบสาธารณสุขของ จ.เชียงใหม่ คงล่มไปแต่ตอนนั้นแล้ว จริงๆ แล้ว นอกจากที่ อว. จะสนับสนุนการทำงานของ สธ. แล้ว ยังประสานงาน สนับสนุน กระทรวงมหาดไทย หรือ มท. ด้วย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็เป็นอีก 1 แม่ทัพที่เชื่อมร้อยรัดทุกส่วนเข้าด้วยกัน มีความเด็ดเดี่ยว เข้มแข็งมากครับ สงครามครั้งนี้จึงเป็นการทำงานร่วมกันของ สามกระทรวงก็ว่าได้ คือ สธ. มท . และ อว. เป็นเสมือน 3 ขาหยั่งที่รองรับความหนักกน่วงของความยากลำบากของชาวเชียงใหม่ในช่วงนี้ ผมประทับใจในความร่วมมือนี้มากครับ ยิ่งตอนไปตรวจไปเยี่ยม รพ.สนามทั้ง 2 แห่ง ได้เห็นความตั้งใจ เสียสละ ทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์ ผู้บริหารของมหาวิทยาลัย อาสาสมัคร การแสดงออกทางสีหน้า แววตาของผู้ติดเชื้อ และเห็นสิ่งของจำเป็นที่ได้รับบริจาคเข้ามาแบบไม่ขาดสาย แบบนี้เชียงใหม่มีความหวัง ประเทศไทยมีความหวังครับ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าว ในตอนท้ายว่า “ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ กทม. ผมเหลือบมอง dash board รายงานสถานการณ์ว่า กำลังดีขึ้น แม้ว่า สีของ จ.เชียงใหม่ยังเป็นสีแดง แต่ผมมองเห็นสีชมพูจากความรัก ความปรารถนาดีของคนที่ผมไปพบมา ไปเชียงใหม่มาแล้ว ผมเชื่อมั่นในคนไทยและในประเทศไทยยิ่งขึ้นอีกครับ”