แสงไทย เค้าภูไทย

การระบาดระลอก 3 ของโควิด-19 ทำความเสียหายหนักที่สุดในรอบทศวรรษ

การจะ reopen เปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติคงจะทำไม่ได้จนกว่าการระบาดจะสิ้นสุดลงและเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้น ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเมื่อใด

รายได้จากภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่มีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศปีละ 39.7 ล้านคนก่อนหน้าการระบาด (2562)นำรายได้เข้าประเทศปีละ 2.9 ล้านล้านบาท สร้างงานให้คนไทยกว่า 8.3 ล้านตำแหน่ง สำหรับปีนี้หายวับไปกับตา

เพราะกว่าจะสยบการระบาดระลอกนี้ได้ เชื่อว่าจะไม่ทันภายในสิ้นปีนี้

ทั้งๆที่เดือนที่แล้ววางแผนกันว่าจะเปิดเมืองนำร่องใน 5 จังหวัด ถือเอาสงกรานต์เป็นจุดปฐมฤกษ์

โดยมีการเตรียมวัคซีนไว้ 5 ล้านโดสสำหรับประชากร 2.5 ล้านคนของ 5 จังหวัดท่องเที่ยวอันมีภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี(พัทยา) สุราษฎร์ธานี กระบี่

ปรากฏว่าแทบทุกจังหวัดเจอผู้ติดโควิดกันหมด ต้องรอพ้นการกักตัวและรักษา แต่ยังไม่พ้น 14 วันก็มีมาต่อแถวกันอีก ไม่จบไม่สิ้น

ส่วนการจะให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (herd immunity) ได้นั้น จะต้องมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไม่ต่ำกว่า 70% ของจำนวนประชากรไทยหรือราว 46.2 ล้านคน

รวมกับพวกที่หายป่วยและกำลังจะหายที่เกิดภูมิคุ้มกันโดยธรรมชาติรวมกันราว 5 หมื่นคน

หากการฉีดวัคซีนยังขยุกขยิกกันอยู่แค่เดือนละ 50,000-60,000 คนอย่างที่เป็นอยู่ ที่ตอนนี้แถลงว่าฉีดได้ 80,000 คนแล้วนั้น

กว่าจะได้ถึง 46 ล้านคน ก็คงจะกินเวลา 66-67 เดือน หรือ 5 ปีครึ่ง

เว้นเสียแต่จะเร่งระดมฉีดให้ได้เดือนละ 300,000 คนหรือวันละ 10,000 คน ก็จะกินเวลา 13.3 เดือนหรือ 1 ปีกับ 3 เดือนนับแต่วันนี้ หรือตกราว พฤษภาคม ปีหน้า

จะสามารถเปิดเมืองได้เร็วกว่านั้นก็ได้ หากฉีดได้สักครึ่งหนึ่ง ก็พอจะเสี่ยงกันได้ เพราะนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาจะเป็นผู้ที่ถือพาสปอร์ตสำหรับผู้รับการฉีดวัคซีนแล้ว (vaccine passport)

ความเสียหายอีกด้านนอกเหนือจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็คือภาคเอกชนและภาคบริการสาธารณะ

สถานที่ที่ต้องสัมผัสผู้คน เช่น ธนาคาร สำนักงานบริการรัฐวิสาหกิจ บริษัทใหญ่หลายแห่ง ต้องปิดสำนักงานหรือสาขาบริการ

เศรษฐกิจชะงักงันช่วงนี้ไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ หอการค้าไทยประเมินว่าจะสูญเสียไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท

เฉพาะเทศกาลสงกรานต์นั้นเม็ดเงินหายไปราว 50,000 ล้านบาท

ส่วนการใช้จ่ายภายในประเทศ หากการระบาดถูกควบคุมได้ภายใน 2 เดือน เม็ดเงินจะหายไปจากระบบ 60,000-100,000 ล้านบาท แม้รัฐจะมีมาตรการแจกเงินในรูปแบบต่างๆออกมาหลายแบบก็ตาม

แต่หากการระบาดยังไม่หยุด และรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ การดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภาคประชาชนยังไม่เปิดเต็มที่ ผู้บริโภคขวัญเสีย ลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ลดการออกมาใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้าน พยายามเก็บออมเงินไว้ใช้ในยามจำเป็น

เงินจะหายไปจากการหมุนเวียนในระบบเดือนละ 3,000-4,000 ล้านบาท

ด้านการเงิน การลงทุน เงินบาทอ่อนค่าที่สุดในรอบ 6 เดือน อยู่ที่ 31.30-31.45 บาทต่อดอลลาร์จากเคยแข็งสุด 29.96-29.97 บาทต่อดอลลาร์

เมื่อเดือนมกราคมที่สถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติดีขึ้น มีเงิน inflow เข้ามาในตลาดหุ้นตลาดทุนเพิ่มขึ้น

ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลข outflow แน่นอน แต่ก็น่าจะเป็นพันๆล้านบาท

เหตุเพราะโควิด-19 กระทำทั้งนั้น

จะโทษเชื้อโรคก็ไม่ได้ เราอยู่กับบ้านหรือที่ปลอดภัยเฉยๆ มันคงไม่มาหาเรา

ที่เป็น ที่ป่วยกันอยู่นี้ เพราะเราไปหามันทั้งนั้น