เมื่อ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่งสัญญาณ "เข้ม" ร้องเตือนให้ประชาชนคนไทย ร่วมมือกันปฏิบัติตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข ในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

แต่กลับกลายเป็นว่า "รัฐมนตรี" ในครม. ของพล.อ.ประยุทธ์ ติดเชื้อไวรัสโควิดเสียเอง มิหนำซ้ำยังถูกเชื่อมโยงกับ "คลัสเตอร์ทองหล่อ" สถานบันเทิงที่เป็นแหล่งระบาดของไวรัสสายพันธุ์อังกฤษที่จู่โจมบุกเข้าใจกลางกรุงเทพฯ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 291ราย จนถึงล่าสุดยังพบข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ

การออกมาเรียกร้องให้ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ออกมายอมรับว่าตนเองติดโควิดแต่ไม่เกี่ยวกับสถานบันเทิงย่านทองหล่อที่กำลังเป็นข่าวครึกโครม ทว่าดูเหมือนฝ่ายการเมือง และประชาชนจะไม่มีเชื่อ อีกทั้งยังจี้ให้ศักดิ์สยาม แสดงไทม์ไลน์อย่างละเอียด เหมือนกับประชาชนทั่วไป

สิ่งที่เกิดขึ้นกับศักดิ์สยาม ยังกลายเป็น "เผือกร้อน" ที่ลามไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะผู้นำรัฐบาลว่ากำลังเกิดปรากฎการณ์ "สองมาตรฐาน" หรือไม่ระหว่าง รัฐมนตรีกับประชาชนคนทั่วไป ทั้งการเปิดไทม์ไลน์ ไปจนถึงการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ยังมีคำถามตามมาว่า คำพูดของหัวหน้ารัฐบาล มีใครบ้างที่ต้องสนองตอบ นอกจากประชาชนที่ยอมทำตามมาตรการอย่างเคร่งครัด

การออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล ผ่านการจี้ไปยังตัวศักดิ์สยาม ที่กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ดูจะทำให้แรงเสียดทานที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังแบกรับยิ่งส่อเค้าหนักหนา มากกว่าแรงกดดันที่จะมาจาก "ม็อบ" สารพัดกลุ่มที่อยู่ฝั่งตรงข้าม บนท้องถนน อย่างเห็นได้ชัด

การออกมาเปิดประเด็นใหม่ ๆทั้งจาก "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" โพสต์เฟซบุ๊กแฉหนัก ว่ามีนักการเมืองจัดปาร์ตี้วีไอพีร่วมก๊วนนักธุรกิจ จนถึงกับการมีตั้งชื่อว่า "ไทยคู่ฟ้าคลับ" จนถือว่ามีความเสียหายอย่างหนัก เพราะไม่ว่าจะจริงหรือไม่ แต่งานนี้ยังไม่ปรากฎว่ามีใครออกมาชี้แจง

นอกจากนี้ "สิระ เจนจาคะ" ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยังเตรียมที่จะเชิญ 2 รัฐมนตรี ที่ปรากฏชื่อเข้าชี้แจงไทม์ไลน์ ภายหลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพราะกรรมาธิการงดประชุมเวลานี้ เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด

สถานการณ์เรือเหล็กที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นกัปตัน ถือหางเสืออยู่เวลานี้ดูเหมือนว่ายิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อยาวนานออกไป ยิ่งไม่เป็นผลต่อรัฐบาลและตัวพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ที่รายล้อมไปด้วยบุคคลที่ถูกสังคมตั้งคำถาม และยังไม่มี "คำตอบ" เรียกความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา !