กมธ.ปปช. สรุปรายงานสอบคุณสมบัติ “ธรรมนัส” แล้ว จ่อชงศาลรธน.-กกต. ประกอบการวินิจฉัยสถานะ 5 พ.ค.นี้ แขวะ “บิ๊กตู่” ตั้ง “ธรรมนัส” เพราะศีลเสมอกัน

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. เวลา 13.40 น. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) พร้อมด้วย นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษก กมธ.ป.ป.ช. แถลงว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ประชุมกมธ.ได้มีมติรับทราบรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กรณีเคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาจำคุกจากคดียาเสพติดเมื่อปี 2536-2540 โดยในรายงานได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ ป.ป.ส. กกต. รวมทั้งความเห็นแย้งของ ร.อ.ธรรมนัส ที่เห็นแย้งว่า รัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 98 (10) ระบุว่าจะขาดคุณสมบัติก็ต่อเมื่อคำพิพากษาศาลถึงที่สุด และต้องเป็นคำพิพากษาของศาลไทย ไม่ใช่ศาลต่างประเทศ อีกทั้งคำพิพากษาศาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ได้รับการล้างมลทินจาก พ.ร.บ.ล้างมลทินไปแล้ว ทั้งนี้ทางกมธ.ได้พิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เห็นว่าเรื่องยาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งทุกประเทศให้ความร่วมมือกันปราบปราม และเจตนาของรัฐธรรมนูญมาตรา 98(10) ต้องการตัดสิทธิบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม ผู้มีลักษณะต้องห้าม อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ ทางกมธ.จะส่งเรื่องให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎร กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของ ร.อ.ธรรมนัสต่อไป

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า จากรายงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ปฏิเสธข้อหาการถูกจับกุมจากกรณียาเสพติด แต่ต่อสู้ว่าเป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศไม่ใช่ศาลไทย และยังมีผลล้างมลทินจาก พ.ร.บ.ล้างมลทินแล้ว ซึ่งในวันที่ 5 พ.ค.ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดวินิจฉัยกรณีคุณสมบัติความเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีของ รอ.ธรรมนัส ซึ่งต้องรอดูว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร

“ส่วนตัวมีความสงสัยว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จึงแต่ตั้ง รอ.ธรรมนัส ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี และมีบทบาทในพรรคการเมือง ผมไม่เข้าใจจริงๆ คนเราศีลเสมอกันคุยกันรู้เรื่อง ถ้าศีลต่างกันก็คงคุยไม่รู้เรื่อง กรณีคุณธรรมนัสมีประวัติเช่นนี้ คุณประยุทธ์คุยกับคุณธรรมนัสรู้เรื่อง คุณประยุทธ์เป็นคนเช่นไรก็ฝากประชาชนไปคิดกันเอาเอง”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว