รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

หากในภาวะปกติ “เทศกาลสงกรานต์”จะมีแต่ความชื่นมื่น !

ประเทศไทย “สงกรานต์” ถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ถึงระดับจิตวิญญาณของคนไทยเกือบทั้งหมด ไม่ใช่แค่ความหมายของ “ปีใหม่ไทย” อันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เราแตกต่างจากประเทศอื่น หรือแค่เทศกาลท่องเที่ยวที่นิยมชมชื่นไปทั่วโลกว่าทั้งสนุกสนานและศักดิ์สิทธิ์ด้วยพิธีกรรมที่มุ่งสร้างความดีงามให้ชีวิตและสังคม

ยังเป็นห้วงเวลาแห่งการแสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณ แสดงออกเพื่อสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้ ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถือ ทำบุญสุนทาน ร่วมกิจกรรมกับบ้านเกิดเมืองนอนเพื่อสานสัมพันธ์ต่อกันให้ยั่งยืน

“สงกรานต์” เป็นทั้งความดีงาม สนุกสนาน เป็นประเพณีที่คนทั้งสังคม เห็นพ้องต้องกัน กำหนดแนวปฏิบัติ พิธีกรรมขึ้นมา (อ้างอิง https://www.matichon.co.th/article/news_2133685)

แน่นอนว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวปีใหม่ไทย ในปีฉลู 2564 นี้ สถานการณ์โดยรวมเกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาพรวม ดูดีขึ้นกว่าในช่วงเดียวกัน ของปีชวด 2563…(ตามกระแสข่าวนะ !)

ดูได้จากการที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ยืนยันว่า ยังไม่พบคลัสเตอร์ระบาดระลอก 3 แม้ในเคสโรงพยาบาลสนามของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) จะพบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากก็ตาม

แต่ดูท่าทีปีนี้ น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว ชัวร์! เมื่อ ศบค.โดย นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ประกาศไปว่า ศบค.มีการผ่อนคลายมาตรการ ตอนนี้ไม่มีจังหวัดไหนในประเทศไทย เป็นพื้นที่สีแดง (พื้นที่ควบคุม) อีกต่อไปแล้ว จังหวัดสุดท้ายคือสมุทรสาคร ตอนนี้ก็เหลือเพียง "สีส้ม เหลืองและสีเขียว" เท่านั้น

สงกรานต์ปีนี้ทำอะไร?ได้บ้าง...(อ้างอิง https://www.thairath.co.th/news/politic/2056275)

1. เทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2564 นี้ แน่นอนว่า ยังห้ามเล่น "สาดน้ำ-ปะแป้ง-จัดคอนเสิร์ต-ปาร์ตี้โฟม" อย่างเด็ดขาด ในทุกกรณี (เหมือนปีที่แล้ว)

2. สำหรับ พิธีสรงน้ำพระ รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ ทางศาสนา การจัดพิธีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ดำเนินการได้ แต่ต้องปฏิบัติตามประกาศ ศบค.อย่างเคร่งครัด โดยหากผู้ร่วมกิจกรรมเกิน 300 คน ต้องยื่นแผนการจัดงาน และมาตรการควบคุมโรคต่อสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนจัดงาน (คลายล็อกมากขึ้น)

• รดน้ำดำหัว ขอให้ยึดถือตามมาตรการ DMHT หลีกเลี่ยงจัดในที่แคบ หรือในพื้นที่ห้องปรับอากาศ จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วม ตามขนาดของสถานที่ 1 คน ต่อ 1 ตารางเมตร
• การรดน้ำ ให้เรียงแถวเข้ารดน้ำ แบบเว้นระยะห่าง ระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร และ สวมหน้ากากอนามัยทุกคน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่ม ร่วมกันเป็นเวลานาน ๆ
• จัดงานสงกรานต์ ขอให้ยึดถือตามมาตรการ DMHT จัดในพื้นที่โล่งแจ้ง อากาศระบายได้ดี และในพื้นที่ที่แสงแดดส่องถึง จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมตามขนาดของสถานที่ 1 คน ต่อ 1 ตารางเมตร งดการจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก

3. หากจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ โดยมีกิจกรรมเพิ่มเติม จากกิจกรรมพื้นฐาน เช่น การออกร้าน จัดเลี้ยง มีผู้ร่วมกิจกรรมเกิน 100 คน ต้องยื่นแผนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรคต่อสำนักงานเขตพื้นที่ก่อนจัดงาน และต้องจัดในพื้นที่โล่งแจ้ง อากาศระบายได้ดี เลี่ยงจัดกิจกรรม พื้นที่คับแคบ หรือในพื้นที่ห้องปรับอากาศ และให้งดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และอาจเกิดภาวะไร้ระเบียบ หรือกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกัน

4. หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงสังสรรค์ ในกลุ่มที่มาจากหลากหลายพื้นที่ และควรงดการรับประทานอาหาร-เครื่องดื่ม ร่วมกัน เป็นเวลานาน

"ผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

สรุปได้ว่าเป็นอีก 1 ปีที่เทศกาลสงกรานต์ยังคงต้องฝ่าฟันกับโควิด -19 ...ไม่รู้ว่าจะทอดยาวถึงปีหน้ามั้ย แต่เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ก็ยังเป็นสิ่งที่คนไทยวาดหวังว่าน่าจะทำอะไรได้บ้าง...อยากสนุก ๆ ก็อยาก ! แต่ความทุกข์จากโควิด-19 ก็ยังคงสร้างความหวาดผวา

“การ์ดไม่ตก” ก็ยังเป็นคาถาที่ใช้ได้ดีในภาวะที่ต้องการความปลอดภัยไว้ก่อน

แต่ก็ต้องอวยพรสำหรับผู้อ่านทุกท่าน ตามธรรรมเนียมของคนไทยอย่างพวกเรา

โชคดีปีใหม่ไทย...สำหรับสงกรานต์ปีนี้ครับ !