แปลงใหญ่โคเนื้อสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด ตำบลหนองสูงเหนือ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร จัดตั้งตามนโยบายแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายในการพัฒนา 5 ด้าน คือ การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน การบริหารจัดการกลุ่ม และด้านการตลาด

โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ การสร้างนวัตกรรมและการนำงานวิจัยมาปฏิบัติจริงในพื้นที่ รวมไปถึงการบริหารจัดการกลุ่มที่เป็นระบบ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กลุ่ม ในการดำเนินงานมีการติดตามให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานจากหน่วยงานภาคีต่างๆ ทั้งสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร สำนักงานเกษตรอำเภอหนองสูง สำนักงานเกษตรจังหวัดมุกดาหาร และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร ที่ 4 จังหวัดขอนแก่น

นางสาววัชรินทร์ กลางประพันธ์ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่โคเนื้อสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด กล่าวว่า ข้อดีที่เราได้รวมกลุ่มทำแปลงใหญ่คือ ลดต้นทุนของการผลิตทำให้กลุ่มเราสามารถลดต้นทุนของอาหารได้ และสามารถที่จะรวมกันซื้อวัตถุดิบได้ในราคาที่ถูก ทำให้กลุ่มสามารถพัฒนาพันธุ์โคจากที่เคยเลี้ยงชาร์โรเล่ส์ เป็นสายพันธุ์โคดำตามนโยบายของทางสหกรณ์การเกษตรหนองสูง จำกัด และได้มีวางแผนการตลาดโดยกลุ่มจะมีการประชุมทุกเดือน เพื่อวางแผนและกำหนดนโยบายว่า จะต้องทำเนื้อให้มีคุณภาพสอดคล้องกับตลาดที่ต้องการ นอกจากได้แปรรูปเป็นเนื้อสดจำหน่ายแล้ว ยังได้แปรรูปเป็นไส้กรอก ไส้อั่ว เนื้อแดดเดียว เนื้อทุบ เนื้อกระจก และแปรรูปเป็นเนื้อเสียบไม้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของสหกรณ์หนองสูง ที่จำหน่ายในปัจจุบัน โดยปี 63 ที่ผ่านมา มียอดขายอยู่ที่ 300 ล้านบาท และยอดขายของผลิตภัณฑ์อื่นๆ 25 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้สามารถที่จะเลี้ยงโคได้มากขึ้น รวมทั้งสหกรณ์ มีการทำตลาดให้เลือกเยอะขึ้น

นายประวัติ ทุ่นทอง เกษตรอำเภอหนองสูง กล่าว่า ลดต้นทุนการผลิตค่าอาหารสัตว์จาก 109 บาท/กิโลกรัม เป็น 87.2 บาท/กิโลกรัม หรือคิดเป็นร้อยละ 20 การเพิ่มผลผลิตก็คือ เพิ่มผลผลิตน้ำหนักโค จาก 750 กิโลกรัม เพิ่มเป็น 865 กิโลกรัม/ตัว พัฒนาคุณภาพผลผลิตโดยพัฒนาคุณภาพไขมันแทรกเนื้อจาก 2.5-3 ให้เป็น 3.5-4.0 มีมาตรการที่ดำเนินการตามขั้นตอนของการผลิต GAP โดยส่งเสริมเพื่อที่จะช่วยเหลือเกษตรกรที่ร่วมโครงการแปลงใหญ่ พร้อมการพัฒนาสายพันธุ์โคร่วมกับทางกรมปศุสัตว์ ใช้วิธีการผสมเทียมการพัฒนาคุณภาพอาหารสัตว์ให้มีคุณภาพอาหารสัตว์ดีขึ้น การป้องกันโรคของโค ให้เป็นโคที่มีคุณภาพได้

และอีกอย่างคือ พัฒนาเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ให้มีความรู้ ความสามารถในการเลี้ยงโคให้มีคุณภาพเพื่อที่จะส่งทางสหกรณ์ มีข้อดีแน่นอนสำหรับการรวมกลุ่มของเกษตรกรถ้ากรณีที่เลี้ยงเดี่ยวรับไปซื้ออาหารเป็นรายๆ ต้นทุนก็จะแพงขึ้นแต่ถ้าเป็นกลุ่มก็จะรวมกันซื้อและร่วมกันผลิต ราคาต้นทุนต่อหน่วยก็จะลดลง และกระบวนการผลิตก็จะทันช่วงระยะเวลาตอบโจทย์ต่อสมาชิกรวมทั้งโคก็จะได้รับการพัฒนา เรื่องอาหารสัตว์มากขึ้น พ่อค้าที่มาจำหน่ายสินค้าให้เราก็จะให้เครดิตคือหมายถึงว่าให้ราคาสินค้ามันลดลงกว่าที่เราซื้อเดี่ยวๆ

ด้านนายวันชัย ประยงค์หอม เกษตรจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ในส่วนของแปลงใหญ่โคเนื้อแห่งนี้ ผู้จัดการแปลงคือ ปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร กรมปศุสัตว์ก็จะมีการไปตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนแปลงใหญ่ ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกระทรวงเกษตรก็จะมีการบูรณาการการทำงาน แล้วโดยอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ท่านก็ได้ให้ความสำคัญกับแปลงใหญ่โคเนื้อแห่งนี้ เพราะว่าในจังหวัดมุกดาหาร โคเนื้อแห่งนี้ก็จะเป็นแปลงใหญ่ที่เป็นแนวหน้าในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของเกษตรคุณภาพสูง ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าผลการพัฒนาที่ผ่านมาก็แปลงใหญ่สหกรณ์การเกษตรหนองสูงแห่งนี้ก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศระดับประเทศครับ อันนี้ก็เป็นต้นแบบในการพัฒนาในเรื่องของแปลงใหญ่ ปัจจุบันสมาชิกยังไม่มากนักก็ประมาณ 300 ราย แล้วก็ปริมาณโคขุนประมาณ 1,600 กว่าตัว โคเนื้อทั่วไปของมุกดาหารมีประมาณ 65,000 ตัว สมาชิกอยู่ประมาณ 13,000 ครัวเรือน ก็เฉลี่ยแล้วก็ประมาณครัวเรือนละ 4-5 ตัว แต่ว่าในส่วนของที่สหกรณ์แห่งนี้จะเลี้ยงในรูปของแปลงใหญ่ก็จะเป็นโคขุน มีโรงงานในการแปรรูป แล้วก็มีตลาดมีแหล่งจำหน่ายที่ชัดเจน อันนี้คือผลพวงของการพัฒนาและความสำเร็จของนโยบายแปลงใหญ่