แสงไทย เค้าภูไทย

รับกันได้ไหมถ้าไทยจะกลายเป็นมณฑลหนึ่งของจีนเหมือนลาว กัมพูชาและเมียนมาร์ ตามเส้นทางสายไหมใหม่จากทุนที่ไหลบ่าเข้ามาครอบงำเศรษฐกิจ

การพึ่งพาจีนของเผด็จการเมียนมาที่ถูกแอนตี้จากชาติตะวันตกรวมถึงมติยูเอ็นจากการยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและใช้กำลังปราบปรามมวลชนต่อต้านบาดเจ็บล้มตายนับร้อยๆศพ

ส่อให้เห็นว่า จีนได้สร้างอาณานิคมรูปแบบใหม่ในอาเซียนผ่านทุนและพลังมหาศาลทางเศรษฐกิจ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนถีบตัวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเบอร์สองของโลกแทนญี่ปุ่นและขณะนี้กำลังแซงสหรัฐฯขึ้นเป็นเบอร์หนึ่ง

ความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ ทำให้จีนมีอำนาจต่อรองกับมหาอำนาจเก่าและบรรดาชาติที่เคยเป็นสมุนและเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตกได้โดยไม่คำนึงถึงหลักธรรมาภิบาลใดๆ

สำหรับเมียนมา แม้จีนจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ แต่ในทางยุทธศาสตร์ การครอบงำเมียนมาทางเศรษฐกิจ ถือเป็นการเปลี่ยนเมียนมาจากเพื่อนบ้านเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจอย่างแยบยล

ทุนจีนเคลื่อนเข้าไปทุกชาติในย่านอาเซียนตอนบน นอกจากเมียนมาแล้ว ยังมีลาว กัมพูชา และบางส่วนของไทย

โดยเฉพาะลาวนั้น เส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากบ่อเตนที่เชื่อมกับรถไฟจีน จะมาไทย ไปมาเลเซีย สิงคโปร์

เป็นหนึ่งในโครงข่ายเส้นทางสายไหมใหม่ “ One Belt One Road (OBOR)1” หรือ Silk Road Economic Belt ที่แบ่งเป็น 2 โซน

โซนแรก จีน-มองโกเลีย-รัสเชีย-สะพานเศรษฐกิจรัสเชียใหม่ จีน-เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก

โซนที่สอง จีน-ปากีสถาน บังกลาเทศ-จีน-อินเดีย-เมียนมา จีน-คาบสมุทรอินโดจีน

นอกจากเส้นทางบกแล้ว ยังเชื่อมดินแดนในมหาสมุทรด้วย Maritime Silk Road อย่างเช่นอาเซียน จุดสุดท้ายทางบกคือสิงคโปร์ เชื่อมเส้นทางทะเลไปถึงอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ด้วย

มองกันว่า เป็นการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม

แต่โดยเนื้อแท้แล้ว OBOR ก็คือเครื่องมือในยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาดโลก (Going Out Strategy) ผ่านการสนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศของรัฐบาลจีน

จุดประสงค์และเป้าหมายหลัก ก็เพื่อผลักดันบริษัทของจีนขึ้นสู่เวทีโลก ผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าในทุกภูมิภาค ทำให้สินค้าจีนเข้าถึงตลาดโลกทุกภูมิภาคที่เส้นทางนั้นผ่านหรือไปถึง

การเชื่อมจีนกับภูมิภาคต่างๆ จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญทางนโยบายต่างประเทศ ในการเข้าสู่ภูมิภาคต่างๆ อย่างนุ่มนวลแนบเนียน ดูไม่น่ากลัว

หันกลับมามองไทยและเพื่อนบ้าน ขณะนี้ทุนจีนกลืนกิจการขนาดใหญ่ในลาวไปค่อนประเทศแล้ว โดยนักลงทุนจีนได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลเข้าไปฮุบกิจการหรือตั้งกิจการใหม่ในลาว

ในกัมพูชา สีหนุวิลล์ ทุนจีนเข้าไปในรูปของการลงทุนในกาสิโน จนเรียกขานกันว่า “มินิมาเก๊า” จากนั้น ขยายไปยังกิจการท่องเที่ยวและด้านอื่นๆจนเกิดชุมชนจีนเรียกกันว่า “มินิไชน่า”

สำหรับไทย นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์นซีบอร์ดที่ยอมให้นักลงทุนจีนเช่าที่ดินในระยะยาวถึง 99 ปี ทำให้ดูคล้ายกับว่า ที่ดินและกิจการบนที่ดินนั้น เป็นอาณานิคมย่อส่วนของจีน

อาณานิคมเศรษฐกิจของจีนบนเส้นทางสายไหมใหม่ กว้างจรดเส้นขอบฟ้าโลก

ไม่ต่างไปจากอาณานิคมอังกฤษที่มีคำกล่าวเปรียบเปรยว่า “The sun never set in the British Empire” พระอาทิตย์ไม่เคยตกดินบนดินแดนของอังกฤษ

ต่อไปนี้ จะมีคำกล่าวทำนองนี้ The sun never set in the Chinese Empire