กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จับมือ “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” พัฒนาเกษตรกรจัดการระบบโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่ เน้นบริการจัดส่งสินค้าเกษตรรวดเร็ว และปลอดภัยจนถึงมือผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กับ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กระทรวงเกษตรฯ เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิต และสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจการเกษตรได้อย่างยั่งยืน จึงได้กำหนดนโยบายในการพัฒนาเกษตรกรครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวนโยบาย “ตลาดนำการเกษตร” ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีช่องทางในการสร้างรายได้ที่แน่นอน ประกอบกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นส่งเสริมรูปแบบการทำเกษตรแบบแปลงใหญ่ รวมทั้งส่งเสริมเกษตรกรให้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการพัฒนาการผลิตให้ได้สินค้าคุณภาพ การขยายช่องทางการตลาดให้มากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบตลาดสินค้าเกษตรในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปสู่ตลาดแบบออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการผลิตอย่างครบวงจร ตลอดจนการจัดการระบบโลจิสติกส์ภาคการเกษตร จึงเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค และสร้างความมั่นคงทางด้านรายได้แก่เกษตรกร

สำหรับการลงนามในครั้งนี้ เป็นการลงนามร่วมกันระหว่าง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และนายวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันสนับสนุน ช่วยเหลือพัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมของเกษตรกร เพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรไทยกับผู้บริโภคทั่วประเทศ และสนับสนุนให้เกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตที่สะดวกมากขึ้น ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าเกษตรที่ส่งตรงจากสวนได้อย่างมั่นใจ

"การลงนามในวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ภาคการเกษตรได้พัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งตรงกับเป้าหมายของรัฐบาลที่อยากให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถ้าเราสามารถทำให้เกษตรกรเข้มแข็ง ประเทศไทยก็จะมีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งตามไปด้วย ซึ่งหนึ่งในกระบวนการที่จะทำให้การขับเคลื่อนภาคการเกษตรนั้น คือการบริหารจัดการระบบโลจิสติกที่ดี ที่จะทำให้สามารถกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากที่สุด ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานและรักษามาตรฐานระดับสินค้าให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ"ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ดำเนินการตามนโยบายตลาดนำการเกษตร โดยมุ่งส่งเสริมเกษตรกรให้ผลิตสินค้าเกษตรตามอุปสงค์และอุปทานของสินค้า รวมทั้งพัฒนาช่องทางการตลาด ทั้งในรูปแบบตลาดออนไลน์และออฟไลน์ ระบบโลจิสติกส์จึงมีบทบาทสำคัญในการจัดส่ง เพื่อให้สินค้าเกษตรถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว และไม่เกิดความเสียหาย เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการสั่งซื้อสินค้าเกษตรจากเกษตรกร และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้แก่เกษตรกรมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และสร้างความมั่นคงในอาชีพการเกษตร

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตรในการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การสนับสนุนการระบายสินค้าเกษตร โดยดำเนินการจัดตั้งจุดให้บริการจัดส่งผลไม้ที่จุดรวมสินค้า สำหรับกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ไม้ผล พร้อมให้ส่วนลดค่าจัดส่ง ในส่วนของเกษตรกรรายย่อยที่จำหน่ายสินค้าออนไลน์ ยังได้รับส่วนลดเฉพาะค่าจัดส่งในอัตราพิเศษ เพียงแค่เกษตรกรนำทะเบียนเกษตรกรหรือทะเบียนวิสาหกิจชุมชนมาแสดง ณ จุดส่งสินค้า นอกจากนี้ยังสนับสนุนกิจกรรม "ส่งของขวัญปีใหม่ @ ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com" โดยลดราคาค่าจัดส่งให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งกิจกรรมพัฒนากระบวนการจัดส่งสินค้าเกษตรในการค้าออนไลน์ โดยทางบริษัทได้ร่วมลงพื้นที่พบปะเกษตรกรที่ต้องการพัฒนากระบวนการจัดส่งสินค้าเกษตรเพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและการอำนวยความสะดวกในการจัดส่งและร่วมจัดกระบวนการเรียนรู้ในการจัดการบรรจุภัณฑ์และการจัดส่งให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางต่างๆ อีกด้วย