จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภาคการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประเทศมูลค่ากว่า 2.9 ล้านล้านบาท ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 39.7 ล้านคน และสร้างการจ้างงานกว่า 8.3 ล้านตำแหน่งในปี 2562 แต่ในปี 2563 ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยมีเพียง 6.7 ล้านคน ทำให้แรงงานในภาคการท่องเที่ยวต้องตกงานมากกว่า 2 ล้านคน จากแรงงานในภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่ามีรวมประมาณ 4 ล้านคน โดยมีการคาดการณ์ ว่า ประเทศไทยต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งปีหรืออาจจะนานกว่าในการฟื้นการท่องเที่ยว ให้ตัวเลขท่องเที่ยวไทยกลับสู่สภาวะก่อนโควิด-19

เตรียมเสนอมาตรการผ่อนคลาย

โดย พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า วันที่ 15 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. เป็นประธาน ทั้งนี้ทาง ศบค.ชุดเล็กได้เตรียมเสนอมาตรการผ่อนคลายให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการกำหนดไว้ 3 ระยะ ระยะแรก 1 เมษายน จะเสนอแผนผ่อนคลายมาตรการให้สอดคล้องกับแผนการฉีดวัคซีน ซึ่งจะมีการเสนอปรับพื้นที่ หรือปรับสี แต่ละจังหวัด ส่วนชาวต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาในไทย จะมีการผ่อนคลายมาตรการในเรื่องการเข้าสู่ราชอาณาจักร รวมถึงมาตรการกักตัว โดยจะเสนอลดวันกักตัวต่างชาติเหลือ 10 วัน ส่วนผู้ฉีดวัคซีนแล้วเหลือ 7 วัน ขณะที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาจจะเสนอให้มีถึงวันที่ 31 พฤษภาคม แต่ยังคงพ.ร.ก.โรคติดต่อไว้ อาจให้ใช้ในระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ส่วนในระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม น่าจะมีมาตรการผ่อนปรนมากขึ้นสำหรับต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่คนไทยในประเทศเริ่มได้รับวัคซีนโควิดและมีภูมิคุ้มกันมากแล้ว

ขยายโครงการกระตุ้นท่องเที่ยว

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ได้นำเสนอโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ด้วยการเพิ่มสิทธิ์การจองห้องพักขึ้นอีก 2 ล้าน รูมไนท์ และขยายเวลาโครงการไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่รัฐจะสนับสนุนเรื่องเงินไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ จะมีการเสนอเข้าที่ ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า เนื่องจากต้องปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขใหม่ที่ยังต้องหารือ รวมถึงจะเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผล กระทบโควิด-19 หรือ ศบศ. เพื่อรองรับการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ด้าน นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าว การขยายโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 จะเป็นการช่วยกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศหลังสถานการณ์โควิด-19 ระลอกสองคลี่คลาย ซึ่งการจองห้องพักล่วงหน้าเดือนมีนาคม ยังไม่ค่อยมีเข้ามา เนื่องจากนักท่องเที่ยวรอใช้สิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน หากเป็นไปได้อยากให้มีการประกาศขยายโครงการทันวันหยุดภูมิภาคภาคเหนือ วันที่ 26 มีนาคมนี้ เพื่อให้เกิดการเดินทางที่ดี ไปจนถึงช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์
อย่างไรก็ตาม อาจมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางส่วนเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น อาทิ การกำหนดให้ต้องจองล่วงหน้าในช่วง 14 วัน เพื่อให้สามารถตรวจสอบการจองห้องพักล่วงหน้าได้จริงในแต่ละโรงแรม หรือมีกลไกควบคุมการเบิกจ่ายงบประมาณ เช่น การเรียกสอบเอกสารการใช้สิทธิ์เช็กอินจริงก่อนโอนเงินให้โรงแรมที่พัก จากเดิมธนาคารกรุงไทยจะโอนเงินเข้าระบบตามอัตโนมัติ รวมถึงการนำยอดจองห้องพักของโรงแรมพิจารณาเปรียบเทียบกับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมในจังหวัดนั้นๆ ด้วย ซึ่งจะง่ายต่อการประเมินความผิดปกติของการจอง

เอกชนท่องเที่ยวรอความชัดเจน

ด้าน นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศเริ่มมีความหวังขึ้น โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทสไทยเตรียมนำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่างๆ เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่จะเพิ่มจำนวนห้องพักอีก 2 ล้านห้อง และขยายเวลาดำเนินโครงการถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 รวมถึงโครงการทัวร์เที่ยวไทย ที่แปลงมาจากเที่ยวไทยวัยเก๋า ซึ่งขณะนี้เอกชนรอความชัดเจนจากรัฐบาลในการออกโครงการกระตุ้นเหล่านี้ มาช่วยฟื้นการเดินทางมากขึ้น ส่วนแนวโน้มเทศกาลสงกรานต์ยังต้องรอประเมินเงื่อนไขของรัฐบาลก่อน

อย่างไรก็ตาม นายวิลเลียม นีเมเยอร์ ซีอีโอ ยานา เวนเจอร์ส กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ได้รวมตัวกับ 15 บริษัทชั้นนำในธุรกิจท่องเที่ยว ได้แก่ ยานา เวนเจอร์ส ไมเนอร์กรุ๊ป เอเชียน เทรลส์ คาเพลลา โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท เอ็กซ์โซ ทราเวล จัดตั้งแคมเปญเรียกร้อง Open Thailand Safely ร่วมลงชื่อแสดงพลังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่ต้องกักตัว และเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป ซึ่งรายชื่อที่เข้ารวมแคมเปจะถูกส่งไปถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อพิจารณา