รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” เป็นการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยการเข้าชื่อของฝ่ายค้านเพื่อซักฟอกสอบสวนรัฐบาล เมื่อเห็นว่าการทำงานของรัฐมนตรีตำแหน่งต่าง ๆ รวมถึงนายกรัฐมนตรีนั้นมีผลงานไม่เป็นที่น่าพอใจ หลังจากมีการอภิปรายโดยฝ่ายค้านและชี้แจงโดยฝ่ายรัฐบาลแล้ว ก็จะมีการลงมติว่ารัฐมนตรีผู้นั้นได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหรือไม่

ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ได้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจไปครั้งแรกเมื่อกุมภาพันธ์ 2563 รัฐมนตรีทั้งหมดที่ถูกซักฟอกในครั้งนั้นได้รับคะแนน “ไว้วางใจ” ถึงแม้ฝ่ายรัฐบาลจะผ่านมติ “ไว้วางใจ” แต่ก็เกิดคำถามแคลงใจประชาชนตามมาอีกไม่น้อยเกี่ยวกับผลงานที่ยังไม่พอใจนัก และเรียกได้ว่าศึกอภิปรายในครั้งนั้นแจ้งเกิดดาวสภาฝ่ายค้านหน้าใหม่หลาย ๆ คนที่อภิปรายด้วยข้อมูลเชิงลึก เปลี่ยนภาพการอภิปรายแบบสาดสีสาดโคลนกันในแบบเดิม ๆ เป็นการอภิปรายชี้แจงกันด้วยข้อมูล ด้วยเหตุและผล

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลครั้งนี้ มีขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 กุมภาพันธ์ 2564 ตั้งแต่เวลา 9 โมงเช้า จนถึงตีสองของแต่ละวัน และจะลงมติกันในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.30 น.

รัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีทั้งสิ้น 10 คน ได้แก่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ครั้งก่อน ร.อ. ธรรมนัส ได้รับคะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด)

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ “ฝ่ายค้าน” ก็มุ่งหวังที่จะเปิดข้อมูลซักฟอกรัฐมนตรีให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อสำรวจคะแนนเสียงในสภาล่าสุดของฝ่ายค้าน พบว่า พรรคฝ่ายค้านมีเสียงในสภาเพียง 211 เสียง ส่วนรัฐบาลผสม 20 พรรค มีเสียงในสภารวมกัน 276 เสียง การลงมติ "ไม่ไว้วางใจ" ต้องอาศัยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส. ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา หรือ 244 เสียง จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน นั่นเท่ากับว่าฝ่ายค้านยังขาดคะแนนเสียงอีก 33 เสียง

ก็ต้องมารอลุ้นกันว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 นี้ จะเป็นเช่นไร จากผลโพลของสวนดุสิตโพล ที่ผ่านมา ประชาชนมักจะมองว่าการอภิปรายในสภาเป็นเพียงเกมการเมือง ทำไปตามวิธีการเท่านั้น ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ ในขณะที่สถานการณ์การเมืองไทย ณ วันนี้ มีทั้งการเมืองในสภาและนอกสภา ถ้าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเกมในสภา หากแก้ปัญหาได้ไม่ดี เกมนอกสภาก็อาจจะรุนแรงมากขึ้น คนต้องลงมาท้องถนน จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ไปถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อได้

ไม่ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ก็อยากให้ติดตามข่าว รับสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างมีสติ และรอติดตามผลโพลจากการอภิปรายว่าประชาชนคิดอย่างไร ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ครับ!!