งานวัฒนธรรมเป็นสมองกำกับสังคม(ร่างกาย) สองขาที่พาสังคมเดินไป ขาหนึ่งคือระบอบเศรษฐกิจ อีกขาหนึ่งคือระบอบการปกครอง ขณะนี้สังคมไทยใช้ขาระบอบเศรษฐกิจทุนนยิมโลกาภิวัตน์นำพาสังคมแทนสมอง ปัญหาความขัดแย้งทางสังคมเป็นปัญหามาจากระหว่างกลุ่มผลประโยชน์ ทั้งความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอภิทุนด้วยกัน และความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอภิทุนกับพลเมืองคนเล็กคนน้อยเต็มแผ่นดิน

ปรากฏการณ์ความขัดแย้งต่าง ๆ จึงมีมากมาย

สังคมไทยมีผู้จิตใจงาม มีความปรารถนาดีต่อสังคมไทย แต่ปัจจุบันนี้โลกเล้กลงมาก บางคนก็เปรียบเปรยว่า “โลกแบน” หรือเรียกว่า “หมู่บ้านโลก” ความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในโลกส่งผลกระทบต่อทุกประเทศอย่างรวดเร็ว ทุกประเทศถูกครอบงำจาก “ระบบโลก” ซึ่งมีตัวกำหนดสถานการณ์อยู่ไม่กี่ตัว

แม้ผู้จิตใจงามจะปรารถนาดีต่อพลเมืองคนเล็กคนน้อยเพียงใด จะพยายามแก้ปัญหาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำกันอย่างไร แต่เนื่องจากอำนาจรัฐและกลไกรัฐ ตกอยู่ใต้การครอบงำของระบอบเศรษฐกิจทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ไม่ว่ารัฐบาลมาจาก คสช. และรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถก้าวล่วงพ้นการครอบงำดังกล่าวข้างต้น

ในโลกยุคไร้พรมแดน ที่อภิทุนข้ามชาติกำลังแสวงหาแหล่งทำกำไรในประเทศด้อยพัฒนา แผนพัฒนาอภิโครงการทั้งหลายล้วนกำหนดจาก “อภิทุน” “เขา” กำลังมาจัดการกับ “เรา” โดยเรายังไม่สำนึกรู้ตัว !

ทรัพยากรที่ล้ำค่าของไทยคือสิ่งที่ธรรมชาติให้มา ได้แก่ ดิน น้ำ ภูมิอากาศ อันอุดมสมบูรณ์ และมรดกทางภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม

เราสามารถใช้ ดินและสิ่งที่อยู่เหนือดิน สร้างอาหารและพลังงานหมุนเวียน เป็นสินค้าให้ชาวโลกได้ไม่รู้จบสิ้น แต่เรายังให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้น้อยเกินไป

เรายังทำการเกษตรเพื่อสนองเป็นวัตถุดิบราคาถูกให้กับอภิทุน เรายังทำการประมงจับลูกปลาเพื่อสนองให้เป้นวัตถุดิบราคาถูกให้อภิทุน

เรายังพยายามจะขุดแร่ธาตุใต้ดิน แลกกับค่าสัมปทานราคาถูก เพื่อทำลายป่าไม้ภูเขา ทำลายพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์

เราหวังให้อภิทุนเข้ามาใช้พื้นที่ , ทรัพยากร และสาธารณูปโภค ทำโรงงานผลิตสินค้าเทคโนโลยีสูง โดยที่พลเมืองชั้นล่างแทบไม่ได้รับส่วนแบ่งผลได้เลย

อภิทุนมีสมอง คือใช้วัฒนธรรมแบบที่เขาต้องการ มาครอบให้ “เรา” เห็นดีเห็นงามตาม

แล้ว “สองขา” ของเราก็จะเดินตามเขาอย่างเซื่อง ๆ ถ้าเราไม่มีสมองที่เป็นตัวของตัวเราเอง

ขณะนี้ ในทั่วทั้งโลกยังไม่มีพลังต่อสู้เอาชนะ “ธุรกิจ” ของทุนได้

เราจะพึ่ง “อำนาจรัฐ” ก็ไม่ได้ เพราะอภิทุนกุมอำนาจรัฐไว้

ในยุคปัจจุบัน พลังของทุนคือเครือข่ายที่คอเปอร์เรต (Coperrated) หลอมกลืนกัน มันเหมือนก้อนหิมะที่ม้วนตัวรวมก้อนน้ำแข็งให้ใหญ่โตมหึมาข้นเรื่อย ๆ ดังที่ข้อมูลของออกซ์แฟม OXFAM เสนอว่า บรรษัทข้ามชาติเพียง ๖๒ แห่งครอบครองทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของโลก

สำหรับแนวทางการพัฒนาของภาครัฐ ย่อมจะมุ่งไปตามแนวทางที่อภิทุนโลกาภิวัตน์ต้องการ ไม่ว่าพรรคการเมืองใดมาเป็นรัฐบาล ปัญหานี้ก็จะดำรงอยู่ต่อไป ความขัดแย้งระหว่างอภิทุนโลกาภิวัตน์กับกลุ่มพลเมืองคนเล็กคนน้อยในแผ่นดิน ก็จะยังคงต่อสู้กันต่อไปไม่รู้จบสิ้น

นี่คือปัญหาแท้จริงของประเทศไทย ถ้าหลงติดกับดักแค่ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมือง ภาคประชาชนก็จะมองไม่เห็นรากเหง้าของปัญหาที่แท้จริง