"ศรีวราห์"ประชุมรับมือมวลชนให้กำลังใจ "ยิ่งลักษณ์" 25 ส.ค.นี้ ใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้กำลังตำรวจเป็นหลักจำนวน 24 กองร้อย พร้อมยืนยันว่าไม่มีการสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจในวันดังกล่าวอย่างแน่นอน

วันที่ 18 ส.ค.60 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจ เรียกประชุมเตรียมความพร้อมรับมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาคดีโครงการจำนำข้าว ในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ โดยระบุว่า จะใช้แผนกรกฎ 52 ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยใช้กำลังตำรวจเป็นหลักจำนวน 24 กองร้อย พร้อมยืนยันว่าไม่มีการสกัดกั้นมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจในวันดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่หากการเดินทางมาให้กำลังใจมีการกระทำที่ขัดกฎหมาย อาทิ พกพาอาวุธหรือสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาก็จะต้องดำเนินคดีทันที

ทั้งนี้ ยอมรับว่าจากการตรวจสอบพบแนวร่วมกว่า 24 คน มีการเคลื่อนไหวทางโชเชียลมีเดีย แต่ยังไม่เข้าข่ายลักษณะยุยงปลุกปั่นแต่อย่างใด ซึ่งจนถึงขณะนี้ในส่วนของแกนนำที่มีการใช้โชเชียลปลุกระดมมวลชนมีเพียงคนเดียวคือ นายวัฒนา เมืองสุข อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมยอมรับว่ามีความกังวลว่าอาจจะมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ความไม่สงบได้ทั้งก่อนและหลังคำตัดสิน ส่วนเหตุการณ์คนร้ายปล้นรถจากเต็นท์รถใน อ.นาทวี จ.สงขลา ไปก่อเหตุคาร์บอมบ์หลายจุดในพื้นที่ภาคใต้นั้น จะเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบแต่มองว่าก็เป็นเหตุการณ์ที่ต้องจับตา เพราะมองว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตามยืนยันเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการในการป้องกันอย่างเต็มที่ไม่ว่าผลคำตัดสินจะออกมาอย่างไร

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการข่าวของตำรวจสันติบาลขณะนี้คาดว่าจะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังมากกว่าวันแถลงปิดคดีด้วยวาจาเมื่อวันที่ 1 ส.ค. เบื้องต้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งได้ขยายพื้นที่เพื่อรองรับมวลชนที่จะเดินทางมาในวันดังกล่าว

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีนางพัชรี ปั้นทอง มารดา น.ส.พลอยรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย ระบุไม่เชื่อว่า นายพลกฤต วิเศษ อดีตแฟนหนุ่มอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพน้องพลอยเพียงคนเดียว แต่เชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องว่า เรื่องนี้ตนได้พูดคุยกับ นางพัชรี ปั้นทอง มารดา น.ส.พลอยรินทร์ไปแล้วว่า ถ้ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้นำมามอบให้ตำรวจ เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนได้ว่ามีใครที่อาจจะเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าน้องพลอย แต่เบื้องต้นในชั้นสืบสวนสอบสวนยังไม่พบบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของน้องพลอย

อย่างไรก็ตาม ก็ได้กำชับในการสืบสวนขยายผลตามข้อสงสัยของญาติ ให้พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน แสวงหาพยานหลักฐาน ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง สั่งให้ไปพูดคุยสอบถามพยานแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่อยู่ระแวกนั้น มีกี่คนก็ต้องสอบสวนทั้งหมด ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง