เมื่อวันที่ 13 ม.ค.นางวัชรินทร์ จิตรวิเศษ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก ลงนามถวายพระพร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายพระพร ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ โดยมีนายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก นำหัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน แต่งกายชุดผ้าไทยสีม่วง (สีประจำจังหวัดพิษณุโลก) ประชาชนสามารถเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร ได้ที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตลอดเดือนมกราคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

ในขณะที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ทรงงานที่สมเด็จพระกนิษฐา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จไปทรงงานเป็นประจำทุกปีนั้น ที่ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ประชาชน และหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ลงนามถวายพระพร เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้หายจากพระอาการประชวร โดยมีคณะบุคคล ผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ มาลงนามถวายพระพร อาทิ นายชนก มากพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นางธิติพร จินดาหลวง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปลัดจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหาราบที่ 7

โดยจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะเปิดให้ ประชาชนได้ลงนามถวายพระพร เพื่อขอให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึง เวลา 16.30 น. สำหรับประชาชนที่จะเดินทางไปลงนามถวายพระพร โปรดแต่งกายสุภาพ และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง แถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระประชวร เนื่องจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประสบอุบัติเหตุ ทรงล้มระหว่างทรงพระดำเนินออกกำลังพระวรกายตามปกติ ในเวลาเช้า เมื่อวันจันทร์ ที่ 11 มกราคม พุทธศักราช 2564 ทรงได้รับบาดเจ็บที่ข้อพระบาททั้งข้างซ้ายและข้างขวา เป็นเหตุให้ทรงพระดำเนินไม่สะดวก คณะแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ถวายการรักษา และถวายความเห็นว่า ควรจะทรงงดพระราชกรณียกิจต่างๆ เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน