“อนุทิน” ลั่น “ไม่ปล่อยใครตาย” ย้ำหน้าที่ สธ.ต้องรักษาทุกคนตามหลักมนุษยธรรม ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 287 ราย รวมยอดสะสม 10,834 คน กระจาย 59 จังหวัด “ร้อยเอ็ด” จังหวัดล่าสุด “ถูกเจาะไข่แดง” ส่วน “หมอทวีศิลป์” เชื่อคนไทย 100% ช่วยทำ ให้ไวรัสหายไปจากประเทศได้ ช็อกนักท่องซาฟารี “8กอริลลา”ในสวน สัตว์เปิดถิ่นลุงแซมติดโควิด คาดรับเชื้อจากเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ ขณะที่ยอดป่วยไวรัสมรณะทั่วโลกทะลุ 91 ล้าน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงการดำเนินคดีกับคนไทย ที่แอบลักลอบเข้าเมืองทาง อ.แม่สาย จ.เชียงราย และติดโควิด-19ว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)มีหน้าที่รักษา ซึ่งมีคนถามว่าเมื่อรักษาหายแล้วจะดำเนินคดีหรือไม่ ตนจึงขอพูดดังๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินคดี สมควรทำหรือไม่หรือจะไม่ทำก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ใช่หน้าที่ของ สธ.

“สธ.มีหน้าที่รักษาให้หาย แต่ต้องบอกว่าคนพวกนี้แอบออกไป แอบเข้ามา และมีของฝากมาด้วย ทำให้เกิดการแพร่ระบาด มาถึงขนาดนี้ ถ้าไม่มีคนเตือนแล้วจะทำอย่างไร ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำ ทางสธ.ทำตามหน้าที่แล้วทุกอย่าง ไม่ต้องกังวลเรื่องมนุษยธรรมอะไรทั้งสิ้น ไม่ต้องมาถามว่า ถ้าเกิดเจอคนป่วยต่อหน้า แล้วจะไม่รักษาหรือ ผมรักษาหมด ไม่ปล่อยให้ใครตายหรอก”

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงถึงสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยว่า ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 287 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อ ในประเทศ 278 ราย ตรวจพบในระบบเฝ้าระวัง และบริการ 153 ราย และผู้ติดเชื้อจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 125 ราย นอกจากนี้ ยังพบจากกลุ่มผู้เดินทาง มาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกันโรค (Quarantine) 9 ราย จำนวนผู้ป่วยรวมสะสม 10,834 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 8,659 ราย จากการคัดกรองเชิงรุก 2,964 ราย รักษาหายแล้ว 6,732 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 28 ราย เหลือรักษาอยู่ 4,035 ราย ผู้เสียชีวิตคงที่ 67 ราย อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้ติดเชื้อกระจายไปแล้ว 59 จังหวัด ซึ่งล่าสุดคือ จ.ร้อยเอ็ด เป็น หญิงไทยอา ยุ 48 ปี เป็นพนักงานคาราโอเกะใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

“กราฟรายสัปดาห์ยังคงเดิมมีความชันขึ้นสูง จึงต้องขอแรงทุกคนช่วยกันดึงลงให้เป็นแนวราบให้ได้ คน 100% เท่านั้นที่จะช่วยทำให้โรคนี้หายไปจากประเทศของเราได้”

ขณะที่ สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะฮ์ ชาห์ แห่งมาเลเซีย ทรงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศมาเลเซีย เมื่อวันอังคารนี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือไวรัสโคโรนา 2019 ที่ลุกลามอย่างรุนแรงตลอดช่วงที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินข้างต้น มีขึ้นตามคำร้องขอของนายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน แห่งมาเลเซีย ซึ่งได้เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะฮ์ ชาห์ ที่พระราชวังในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว มีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 1 ส.ค. อย่างไรก็ตาม หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดคลี่คลาย ก็อาจจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงให้มีผลบังคับใช้สิ้นสุดเร็วกว่าที่กำหนดไว้

สำหรับสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในมาเลเซีย พบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวนสะสมอยู่ที่ 138,224 ราย มาเป็นอันดับที่ 69 ของโลก ส่วนผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวน 555 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศไมโครนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศในภูมิภาคมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้อันห่างไกล กลายเป็นประเทศที่ 219 ที่ถูกเชื้อไวรัสโควิด-19 เล่นงาน ภายหลังจากพบผู้ป่วยติดเชื้อรายแรกของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามวันเวลาท้องถิ่น

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ป่วยติดเชื้อรายแรกที่ถูกตรวจพบข้างต้น เป็นลูกเรือของ “ชีฟ ไมโล” ซึ่งเป็นเรือของรัฐบาลไมโครนีเซีย ภายหลังจากที่เขาเดินทางกลับมาจากประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากเดินทางไปกับเรือ เพื่อไปซ่อมแซม ส่วนลูกเรือรายอื่นๆ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน ต้องถูกกักตัวเพื่อสังเกตอาการ
รายงานข่าวเปิดเผยว่า หลังจากพบผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าว ส่งผลให้รัฐบาลของไมโครนีเซีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีเดวิด ปานิวโล ต้องดำเนินการเฝ้าระวังโรคอย่างเข้มงวด เนื่องจากประชากรของประเทศแห่งนี้มีจำนวนเพียงกว่า 1 แสนคนเท่านั้น

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ลิงกอริลลาจำนวนทั้งสิ้น 8 ตัว ในสวนสัตว์เปิดซานดิเอโกซาฟารีพาร์ค นครซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในลิงกอริลลา โดยอาจได้รับเชื้อจากเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัสโควิดไปก่อนหน้า แต่ไม่แสดงอาการ

ขณะที่ สถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ 219 ประเทศทั่วโลก ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นจำนวน 91,319,654 ราย ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 1,952,979 ราย และผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายมีจำนวนสะสม 65,316,716 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วยสะสมสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 23,143,197 ราย และมีผู้ป่วยเสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 จำนวน 385,249 ราย