แสงไทย เค้าภูไทย

ส่วยแรงงานต่างด้าว ยาเสพติด บ่อน ล้วนคนมีสีเกี่ยวข้อง จับได้แต่ละครั้ง สาวโยงไปไม่ถึงตัวการใหญ่ หากโควิด-19 ไม่ระบาดระลอก 2 ก็อาจจะไม่พบกระบวนการส่วย พรมแดนรั่วเลย

แต่ละครั้งที่มีการจับแรงงานเถื่อนข้ามพรมแดนเข้ามา หรือจับยาเสพติดมาจากเพื่อนบ้าน ฝ่ายป้องกันและปราบปรามมักจะแก้ตัวว่า เป็นเพราะเส้นทางธรรมชาติข้ามพรมแดนมีระยะทางยาวไกลมาก ดูแลไม่ทั่วถึง

แต่กลับปรากฏว่าขบวนการค้ายาเสพติดและขนแรงงานต่างด้าว กลับใช้เส้นทางผ่านแดนธรรมชาติที่พบเห็นกันไม่ยากนัก

เส้นแบ่งเขตแดนไทยกับเพื่อนบ้านนั้น ระยะทางรวม 5,656 กม.

ทั้งนี้เพราะพรมแดน 2 ด้านนี้ เป็นช่องทางลำเลียงยาเสพติด ของเถื่อนและแรงงานเถื่อน ซึ่งกลุ่มหลังนี้ เป็นพาหะของโควิด-19 ขณะนี้

ส่วนด้านลาวกับกัมพูชานั้น แม้จะมีแรงงานลาว แรงงานเวียดนาม ชาวจีน กัมพูชาผ่านเข้ามา แต่เทียบกับพม่าแล้วน้อยกว่าหลายเท่าตัว

สำหรับยาเสพติด ด้านพม่ามีประเภทร้ายแรง ทั้งยาบ้า ยาม้า ยาเค เฮโรอีนไม่ต่างจากด้านมาเลเซีย

ที่น่าประหลาดใจก็คือ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดไทยหลบหนีไปอยู่ที่ท่าขี้เหล็กของพม่าหลายร้อยคน

หลุดลอดเงื้อมมือกฎหมายไทยไปได้อย่างไร ?

และทั้งๆที่รู้กันอยู่ ว่าคนกลุ่มนี้หนีไปเสวยสุขในฝั่งเมียนมา

แต่กลับไม่มีการใช้กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนำตัวนักค้ายาเสพติดสัญชาติไทยเหล่านั้นกลับมาดำเนินคดี

สำหรับชายแดนด้านลาว ยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นกัญชา ทั้งนี้เพราะนายทุนไทยไปลงทุนให้คนลาวปลูกพื้นที่เป็นแสนๆไร่ส่งเข้ามา

ด้านชายแดนมาเลเซียนั้น คนไทยข้ามแดนไปมากกว่าคนมาเลย์ข้ามมา

โดยที่สินค้าเถื่อน มาจากมาเลเซียมากกว่าไปจากไทย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ที่ฝั่งมาเลเซียถูกกว่าฝั่งไทย

การที่มีการนำเชื้อไวรัสเข้ามาจากมาเลย์นั้น ส่วนหนึ่งมาจากคนไทยข้ามไปทำงานที่มาเลเซียและสิงคโปร์แล้วติดเชื้อกลับมา

ขณะนี้ มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไล่หลังเมียนมาขึ้นมาแล้ว

ใช่แต่จะน่าห่วงคนไทยนำเชื้อกลับจากมาเลเซียเข้ามาเท่านั้น ชาวโรฮิงญาอพยพก็เข้ามามีส่วนร่วม พวกนี้ส่วนใหญ่มาทางทะเล

ล่าสุดจับได้ที่นครศรีธรรมราช นำไปกักตัว เป็นหญิง 3 คน นายหน้าพาหนีแต่ต่อมาตำรวจตามจับกลับมาได้

โรฮิงญาเป็นตัวการนำเชื้อไวรัสจากบังกลาเทศเข้าไปแพร่ในรัฐยะไข่เหตุจากมีความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติ ข้ามพรมแดนไปมาหาสู่กันเป็นประจำ

ช่วงที่เกิดการระบาดในไทยระลอกแรก เมียนมายังมีการระบาดเบาบาง แรงงานพม่าในไทยแตกตื่น พากันกลับบ้านถึง 300,000 คน

แต่พอเกิดการระบาดรุนแรงที่พม่า แพร่กระจายรวดเร็วมาก จากยะไข่ ชั่วไม่กี่สัปดาห์ ลามไปค่อนประเทศ แรงงานพม่าพากันแห่หนีกลับไทย

ค่าหัวพาเข้าไทยเขยิบขึ้นจากหัวละ 3,000 บาท เป็น 6,000 -10,000 บาทและขึ้นไปถึง 15,000-20,000 บาทในขณะนี้

ทั้งนี้เกิดจากการแตกตื่นหญิงไทยไปทำงานในบ่อนท่าขี้เหล็กติดเชื้อกลับมา ทำให้มีการกวดขันชายแดนเข้มงวด

แต่แม้กระนั้น ก็ยังมีการลักลอบนำแรงงานเถื่อนเข้ามา โดนจับได้ทั้งคันรถตู้ก็มี

แสดงถึงขบวนการขนแรงงานเถื่อนมีการโยงใยจ่ายส่วยแก่ผู้มีอิทธิพล ทำให้กล้าดำเนินการกันไม่หยุดชะงัก

แต่แม้จะจับได้ ทว่าก็ยังไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ไม่ว่าจะขบวนการค้าแรงงาน ค้ายาเสพติดหรือบ่อน

น่าจะเป็นเพราะค่าส่วยแพงขึ้นตามค่านายหน้า มีการแจกจ่ายกันทั่วถึง

ก็เลยมีการตัดตอนให้ยุติการสืบสาวกันอยู่แต่ชั้นล่างๆแค่นั้น