เสือตัวที่ 6

ภัยคุกคามจากสิ่งที่มองไม่เห็นในทุกวันนี้ที่เรียกกันว่าไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ 2019 (Covid-19) ที่กำลังไล่ล่ามนุษย์ทุกเพศ ทุกวัย ทุกชาติพันธุ์ ทุกความเชื่อ ทุกศาสนา ทุกพื้นที่ในโลกใบนี้ ทำให้มวลหมู่มนุษยชาติในศาตวรรษนี้ ไม่อาจหลงลำพองตนเองได้ว่า มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ชาญฉลาดกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น มนุษย์สามารถเอาชนะสิ่งมีชีวิตทุกอย่างได้อย่างเหลือเชื่อ ด้วยมันสมองอันปราดเปรื่องของมนุษย์ที่ธรรมชาติให้มาเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ด้วยการนั้น แม้มนุษย์ไม่มีปีกเฉกเช่นนก แต่มนุษย์ก็สามารถบินไปในอากาศและอวกาศได้และบินได้เร็วกว่าสัตว์ปีกทุกชนิดในโลกใบนี้เสียอีก แม้มนุษย์ไม่มีเหงือกที่ใช้หายใจในน้ำ หากแต่มนุษย์ก็สามารถดำไปในน้ำได้ลึกยิ่งกว่าสัตว์น้ำในทะเลหลายชนิด แม้มนุษย์ไม่มีหางและครีบเฉกเช่นปลาทั่วไป แต่มนุษย์ก็สามารถว่ายน้ำในทะเลกว้างได้ไกลกว่าสัตว์น้ำ และแม้แต่มนุษย์ไม่มีพละกำลังอย่างสัตว์ใหญ่เช่นช้าง หากแต่มนุษย์สามารถนั่งบนหลังช้าง บังคับช้างไปมาได้ตามต้องการ และแม้มนุษย์ไม่มีเขี้ยวเล็บ หากมนุษย์ก็สามารถจับสัตว์ดุร้ายเช่นเสือหรือสิงโตให้ทำทุกอย่างได้ตามมี่ต้องการ

เหล่านั้นคือที่มาของความคิดที่ว่ามนุษย์ คือสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาด มากความสามารถที่จะนำสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ให้มาอยู่ในกำมือได้ แต่ทว่าวันนี้ สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Covid-19 ได้กำเนิดขึ้นมาในโลกใบนี้ ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องยาวนานข้ามปีมาจนถึงเวลานี้ที่เป็นปี 2564 ได้กำลังสั่งสอนบทเรียนราคาแพงลิบลิ่วให้กับมนุษยชาติในทุกชีวิตให้คิดใหม่ว่า มนุษย์ไม่ได้ฉลาดไปกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดนี้อีกต่อไป ด้วยสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Covid-19 ไม่ได้คุกคามต่อชีวิตของมนุษย์เท่านั้น หากแต่มันยังสามารถกักขังผู้คนให้อยู่แต่ในที่จำกัดอย่างเหลือเชื่อ สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่นี้ ยังทำลายระบบเศรษฐกิจ การเป็นไปของธุรกิจทุกระดับ ตั้งแต่ระดับฐานรากปากท้องไปจนถึงระดับชาติและนานาชาติ

และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Covid-19 นี้ ยังทำลายความความคิด ความเชื่อของคนยุคก่อนหน้านี้ไม่นานว่าการแบ่งแยกกันอยู่ได้โดยไม่พึ่งพาอาศัยระหว่างกันอย่างกว้างขวางของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ทุกชาติพันธุ์ ทุกภาษา ลงอย่างย่อยยับ ด้วยการไล่ล่าของไวรัสตัวนี้ กำลังสั่งสอนให้มนุษย์ทุกกลุ่มคน ทุกความเชื่อ หันกลับมาตระหนักว่า การพึ่งพาอาศัยระหว่างกันของมนุษย์ในโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผนึกกำลัง หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อที่จะต้านการคุกคามชีวิต และระบบปากท้องของมนุษย์ของไวรัสตัวนี้ให้ได้

สิ่งชี้วัดสำคัญก็คือ หากมนุษย์ในโลก ต้องการดำรงชีวิตอย่างปกติสุขท่ามกลางการดำรงชีวิตแบบใหม่ (New Normal) มนุษย์ต้องได้รับยาวัคซีนชนิดใหม่ที่สามารถยับยั้งป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามจากไวรัสตัวนี้เข้าทำลายชีวิต ทั้งยังช่วยประคับประคองให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์โลกยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้ท่ามกลางรูปแบบใหม่ (New Normal) เพราะทุกชีวิต ต้องดำเนินต่อไป ซึ่งนั่น เป็นเรื่องใหม่ที่ไม่ใช่มนุษย์ทุกกลุ่ม ทุกชาติพันธุ์จะสามารถคิดค้นเครื่องมือในการต่อต้านไวรัสตัวนี้ได้

มนุษย์ในวันนี้ จึงต้องการยาปฏิชีวนะตัวใหม่ที่คิดค้นขึ้นใหม่ได้โดยมนุษย์เพียงบางกลุ่ม และหากจะได้ยาปฏิชีวนะชนิดนั้นมาเพื่อป้องกันคนในกลุ่มตนเอง ก็จะต้องแลกมาด้วยเงินตราจำนวนมหาศาล คนทุกกลุ่ม ทุกชาติพันธุ์ จึงต้องการพึ่งพาคนฝนดินแดนหรือในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการตรวจหาผู้ติดเชื้อ การประเมินความเสี่ยง สอบสวนโรค การวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ การบริหารทาง การแพทย์การควบคุม และป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งนั่นคือตัวชี้วัดที่เห็นเป็นรูปธรรมว่า แนวคิดการแยกแตกตัวออกจากกันตามลำพังเฉพาะเผ่าพันธุ์ตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ล้าหลังไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ในทางตรงข้าม ไวรัสตัวใหม่นี้ กำลังสั่งสอนให้ทุกคนในโลก มีแนวคิดใหม่ที่จะต้องตระหนักต่อการหลอมรวมคนในโลกเป็นหนึ่งเดียว เพื่อพึ่งพาอาศัย เกื้อกูลกันอย่างแนบแน่นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

มนุษย์ในโลกวันนี้จึงไม่อาจแยกอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้แม้เป็นการอยู่เฉพาะในกลุ่มคนที่มีแนวคิดคล้ายกันทางความเชื่อหรืออัตลักษณ์เท่านั้น เพราะการเกื้อกูล ผ่องถ่ายความสามารถเฉพาะของแต่ละกลุ่มคน จะเป็นหนทางเดียวที่มนุษย์ในโลกจะอยู่รอด หากคิดแบบเดิมที่ติดกับดักของการแยกเขาแยกเรา แยกผู้คนในกลุ่มตนออกจากสังคมโลก หรือคนส่วนใหญ่ในโลกหรือในพื้นที่อื่นที่แตกต่างจากกลุ่มตน ทั้งที่คนกลุ่มอื่นๆ นั้นมีศักยภาพทางเทคโนโลยีชีวภาพเหนือกว่า ย่อมเป็นหายนะที่คนกลุ่มที่มีแนวคิดล้าหลังนั้นจะต้องสูญพันธุ์จากการทำลายล้างของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่สายตามนุษย์โลกมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

การแพร่ระบาดใหญ่อย่างง่ายดายของสิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ Covid-19 ที่กำลังคร่าชีวิตผู้คนในโลก ทั้งยังทำลายล้างวิถีการดำเนินชีวิตแบบเดิม ตลอดจนทำลายล้างระบบเศรษฐกิจ ธุรกิจให้หยุดชะงักจนถึงขั้นพังพินาศลงในเวลาอันรวดเร็วนี้ ชี้ให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ทุกกลุ่มความเชื่อ ทุกชาติพันธุ์ กำลังถูกไล่ล่า และหากมนุษย์ในกลุ่มใดไม่ตระหนักรู้เท่าทันหายนะที่กำลังเกิดขึ้น ก็เชื่อแน่ได้ว่า การถูกเข่นฆ่าอย่างทุกข์ทรมานก็จะเกิดขึ้นในคนในกลุ่มนั้นหรือสังคมนั้น

เหล่านี้คือบทเรียนราคาแพงที่กำลังสั่งสอนให้คนในขบวนการแบ่งแยกดินแดนปลายด้ามขวานของไทยได้ตระหนัก ให้คิดใหม่กันก่อนที่จะสายเกินไปว่า แนวคิดการแบ่งแยกแตกต่าง สร้างความเกลียดชังให้เกิดกับมนุษย์ด้วยกันนั้น มันเป็นสิ่งที่ล้าหลังไปแล้วอย่างสิ้นเชิง หากแต่ในทางตรงข้าม การหลอมรวมคนในโลกเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อผนึกกำลัง สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับทุกคนในโลก ย่อมเป็นแนวคิด ความเชื่อที่จะอยู่รดได้ เพราะวันนี้ มนุษย์ไม่มีเวลาที่จะมาสร้างความแตกแยก แบ่งมิตร แยกศัตรูระหว่างมนุษย์ในโลกไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดๆ ด้วยคนแนวคิดล้าหลังเพียงกลุ่มหนึ่งอีกต่อไป และศัตรูของทุกคนทุกวันนี้ แท้ที่จริงคือสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ เป็นไวรัสที่สายตามนุษย์มองไม่เห็น มันจึงเป็นภัยคุกคามอันเป็นศัตรูตัวร้ายของมนุษย์ร่วมกันที่มนุษย์ต้องหันมารวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อนำพาคนอันเป็นที่รักของเราทุกคน เอาชนะศัตรูร้ายตัวนี้ไปให้ได้ในที่สุด