เป็นไปตามความคาดหมาย ที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2564 มีมติเห็นชอบตามที่ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ขอขยายการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม- 28 กุมภาพันธ์ 2564 จากเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 15 มกราคมนี้ เพื่อบูรณาการการบริหารจัดการและปฏิบัติงานให้เป็นเอกภาพในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ลุกลามและรวดเร็ว เป็นคำตอบในตัวของมันเอง โดยไร้ข้อกังขาเรื่องนัยทางการเมือง

แม้ตามปฏิทินการเมือง ฝ่ายค้านเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเดือนมกราคม เช่นเดียวกับกลุ่มราษฎร ที่พักการชุมนุมในช่วงปีใหม่ รอเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อเปิดศักราช

แม้จะมีฉากปะทะ เผาหัวตั้งแต่ต้นปี 2564 กรณีนายปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้ากลุ่มการ์ดวีโว่ พร้อมมวลชนจัดกิจกรรมขายกุ้งที่ท้องสนามหลวงและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ก่อนย้ายมาตั้งโต๊ะขายต่อที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอีกครั้ง

กระนั้น ก็ไม่สามารถสร้างกระแส หรือทำให้สังคมไทย หลุดโฟกัสไปจากการติดตามความความเคลื่อนไหวว่า จะมีการยกระดับมาตรการใดๆออกมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ทว่าล่าสุดสภาผู้แทนราษฎร ได้ประกาศเลื่อนการประชุมออกไปในอีก 2 สัปดาห์ โดยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือด่วนที่สุด สผ 0014/ ผ 70 ถึง ส.ส.เรื่องงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขยายขอบเขตการแพร่โรคออกเป็นวงกว้างกระจายไปในหลายเขต ประกอบกับมีคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือศบค. ที่ 1/2564 ลงวันที่ 3 ม.ค.64 กำหนดให้กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นรวมทั้งสิ้น 28 จังหวัด เป็นเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด

ส่งผลให้ฝ่ายค้าน วิตกกังวลว่าจะกระทบต่อกรอบเวลาในการยื่นอภิปราบไม่ไว้วางใจ และการประชุมของคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่วางกรอบในการพิจารณาไว้ 45 วัน

อย่างไรก็ตาม มีการเสนอให้เปิดสมัยประชุมสภาวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แต่ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามกฎหมายแล้ว สามารถทำได้สมัยประชุมละ 1 ครั้ง ในสมัยการประชุมนี้จะปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ดังนั้นหากจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ต้องภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ถึงจะมีเรื่องสถานการณ์โควิด-19 มาเกี่ยวข้อง ก็สามารถยื่นได้ จะยื่นเมื่อไรก็ได้ พรุ่งนี้ก็ได้ แต่จะบรรจุระเบียบวาระได้เมื่อไร ต้องหารืออีกครั้งระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลว่า

ส่วนการประชุมคณะกรรมาธิการนั้น นายชวน กล่าวยืนยันว่า ไม่ถือว่ามีอุปสรรค เนื่องจากการแก้ไขระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการประชุมผ่านทางระบบอิเลกทรอนิกส์น่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้กรรมาธิการประชุมผ่านออนไลน์ได้

กระนั้น อาการสะดุด และหยุดชะงักจากเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจทำให้ความร้อนแรงและความสนใจของสังคมกับประเด็นรัฐธรรมนูญ และการอภิปรายไม่ไว้วางใจลดลงไปมาก ถึงแม้จะไม่ได้ล็อกดาวน์ก็เหมือนล็อกดาวน์