แม้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษกลายพันธุ์สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อความรุนแรงของโรค โดยกำลังสอบสวนหารายละเอียดอยู่

กระนั้นสถานการณ์ที่โลกตื่นตระหนก หลายประเทศในุโรปปิดกั้นเที่ยวบินจากประเทศอังกฤษทั้งเข้าและออก

ขณะนี้ที่เริ่มมีข่าวการพบเชื้อไวรัสโควิด-19 ในทวิปเอเชีย โดย เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นรายแรกในประเทศ ซึ่งเป็นสายพันธุ์เดียวกับที่แพร่ระบาดในอังกฤษเป็นเพศหญิง อายุ 17 ปี ซึ่งไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่เดือนสิงหาคม และกลับมายังสิงคโปร์ในวันที่ 6 ธันวาคม โดยเริ่มมีไข้ในวันต่อมาก่อนที่จะมีผลตรวจเป็นบวก ทำให้สิงคโปร์สั่งระงับชาวต่างชาติที่มีประวัติเดินทางไปยังอังกฤษในช่วงเร็วๆ นี้แล้ว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

และส่งท้ายปี 2563 ในวันที่ 31 ธันวาคม จีนก็พบผู้ติดเชื้อโควิดกลายพันธุ์จากอังกฤษเป็นรายแรก เป็นหญิงเซี่ยงไฮ้ วัย 23 ปีเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ก่อนหน้าที่จีนจะมีคำสั่งสั่งระงับเที่ยวบินตรงเข้า/ออกอังกฤษอย่างไม่มีกำหนดในวันที่ 24 ธันวาคม

สำหรับประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2564 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าพบเชื้อไวรัสโควิด 19 สายพันธุ์อังกฤษกลายพันธุ์ ในประเทศไทยแล้ว โดยศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ถอดรหัสสายพันธุ์ พบเป็นสายพันธุ์อังกฤษ หรือที่เรียกว่า สายพันธุ์อังกฤษที่กลายพันธุ์ B.1.1.7 ได้ในประเทศไทยเป็นครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คน พ่อ แม่ ลูก 2 คน ติดเชื้อทั้ง 4 คน โดยที่แม่และลูก เป็นก่อน พ่อเป็นทีหลัง มาจากเมือง Kent ประเทศอังกฤษ และอยู่ใน ASQ โรงพยาบาลเอกชน และเราควบคุมอย่างดี ไม่ให้แพร่กระจายออกไป

ทั้งนี้จากการถอดรหัสพันธุกรรมทำให้ทราบว่า สายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ของอังกฤษ ที่กลายพันธุ์ ที่ทั่วโลกเฝ้าระวังกันมาก และมีการระงับเที่ยวบินจากอังกฤษได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรม 2 ราย มีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งเกาะจับตัวรับของเซลล์มนุษย์ (N501Y)การกลายพันธุ์ที่จุดตัดของสไปรท์โปรตีน (P681H) ตำแหน่งอื่นๆ ที่ขาดหายไป (spike 69-70 deletion) และตำแหน่งอื่นๆอีก สายพันธุ์นี้ทำให้การแพร่ระบาดได้ง่าย และกระจายอย่างรวดเร็ว ในครอบครัวนี้ โดยติดหมดทั้ง 4 คน

อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ยง ระบุว่า สำหรับประเทศไทย สายพันธุ์นี้ไม่ได้ทำให้โรครุนแรงขึ้นและไม่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของวัคซีน ขอให้สบายใจได้ ผู้ป่วยทั้ง 4 รายนี้ อยู่ในความควบคุมและระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้เชื้อหลุดรอดออกมาได้ ผู้ป่วยยังรักษาอยู่ในโรงพยาบาล ในห้องความดันลบ และต้องมั่นใจว่าไม่มีเชื้อแล้ว จึงจะออกมา ดังนั้นโอกาสที่จะแพร่ขยายในประเทศไทยจึงไม่มีผู้ที่มาจากประเทศอังกฤษ มาประเทศไทย จะต้องเฝ้าระวัง ในรายที่มาจากต่างประเทศ การถอดรหัสพันธุกรรมเพื่อเป็นฐานข้อมูล จะเป็นประโยชน์ในการเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย หาแหล่งที่มาของโรค

กระนั้น ข่าวการพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษกลายพันธุ์ในประเทศไทย แม้จะอยู่ในการควบคุมอย่างเข้มข้น แต่กระตุ้นให้ทุกฝ่ายตื่นตัวและกำหนดแผนรับมือ รวมทั้งนโยบายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติให้ทันท่วงที ขณะที่ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกันสอดส่อง ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันตนเอง ครอบครัว และชุมชนของเรา