ดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมเสียแล้ว ที่ในห้วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ บทบรรณาธิการจะนำพระธรรมคำสอนของพระเถรานุเถระ พระสายปฏิบัติ พระคณาจารย์ที่ทีชื่อเสียงมาเผยแพร่ อันเป็นพรอันประเสิรฐ ถือเป็นความปรารถนาดีส่งผ่านไปยังผู้อ่าน ด้วยการจะให้อะไรก็ไม่สู้ให้ธรรมะ ยิ่งในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเราเข้าสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะส่งผลกระทบด้านต่างๆ

กิจกรรมที่จะจัดขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ในหลายพื้นที่ได้ สั่งงดและยกเลิกไป เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงจากการรวมตัวของคนหมู่มาก รวมถึงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีด้วย กระนั้นในภาวะที่ทุกคนทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทั้งภาครัฐ และเอกชน พี่น้องประชาชนโดยทั่วไป การไม่ออกไปตะลอนเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง หรือน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ก็เป็นการตั้งการ์ดสูง

เมื่อต้องอยู่บ้านมากขึ้น นอกจากจะสวดมนต์ ทำสมาธิ อยู่ที่บ้านแล้ว การอ่านหนังสือเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง ยิ่งได้อ่านธรรมะด้วยแล้วก็จะเหมือนได้ยาวิเศษ เป็นวัคซีนป้องกันใจ และเมื่อมีสมาธิ ก็จะมีสติ มีปัญญา ในการใช้ชีวิตในยุคโควิดระบาดให้รอดปลอดภัยทั้งจากเชื้อไวรัสร้ายมี่จะเข้ามาโจมตีร่างกาย และปกป้องจิตใจให้แข็งแกร่งต้านทานต่อสิ่งต่างๆที่มากระทบ จึงชวนกัลยาณมิตรของสยามรัฐทุกท่านที่ได้พบข้อความนี้ ถือว่ามีบุญสัมพันธ์กัน ได้อ่านธรรมะของเถระในช่วง

ก่อนสิ้นปี 2563 วงการสงฆ์ไทยสูญเสีย พระเถระชั้นผู้ใหญ่ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดธรรมมงคล ประธานกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา พระสายวิปัสสนา ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทตต ได้ละสังขารเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 เวลา 07.32 น. สิริอายุ 100 ปี 11 เดือน 15 วัน พรรษา 80 แต่กระนั้นคำสอนของท่านยังอยู่

จึงขอน้อมนำ คำสอนของหลวงพ่อวิริยังค์ ถอดความจากการแสดงธรรมะในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2562 ทางช่อง Samathi Chanel ในYoutub.com เป็นธรรมะที่ลึกซึ้งและเรียบง่าย ที่เผยแพร่เมื่อวันที่1 มกราคม 2562 มานำเสนอดังนี้

‘สวัสดีมา 60 กว่าปีแล้ว แลดูเห็นท่านทั้งหลายแจ่มใส ก็ดีใจด้วย มีหน้าที่อย่างเดียวหลวงพ่อเวลานี้ มีหน้าที่เอาธรรมะอยู่ในใจ ออกมาเผยแพร่ให้ท่านทั้งหลาย ให้ท่านทั้งหลายได้รู้ว่า ธรรมะนี้มีความวิเศษอย่างไรบ้าง ธรรมะ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระองค์งแสดงนั้นเป็นของดี เป็นของวิเศษ นับว่าเป็นแก้วรัตนมงคลของโลก

เพราะเหตุไร เพราะเหตุว่าธรรมะของพระพุทธเจ้า สามารถที่จะไปให้เกิดเป็นสวรรค์ หรือว่านิพพานได้ ธรรมะอย่างอื่นได้ ธรรมะอย่างอื่นนั้น ไม่สามารถที่จะให้เกิดเป็นสวรรค์หรือนิพพานได้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นของดีเป็นของวิเศษ เรียกว่า วิเศษจากสรรพสิ่งทั้งปวง

เราต้องการหาของที่เป็นวิเศษ ยิ่งกว่าของธรรมดา เป็นสิ่งที่เราปรารถนาอยู่แล้ว เพราะว่าร่างกายตัวตนของเรานี่ มันก็อยู่ไปได้ไม่เท่าไหร่ ในที่สุดต้องสลายตัวไป แต่ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้น ไม่สลายตัว อย่างปกติ เมื่อเป็นเช่นนั้น คำสอนของพระพุทธเจ้าจึงเป็นคำสอนที่แสดงให้เห็นว่าเป็นแก่นสาร เรียกว่า ธรรมะเป็นแก่นสาร

เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ตกน้ำ ไม่ไหล ตกไฟ ไม่ไหม้ จะไปที่ไหน ไฟก็เผาร่างกาย ไฟก็เผาไปเป็นเถ้าเป้นถ่านไป แต่ธรรมะของพระพุทธองค์นั้น ไม่สามารถที่จะเผาได้…’(อ่านต่อฉบับหน้า)