ปีพุทธศักราช 2563 ที่ผ่านมา เป็นอีกปีที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับมรสุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพิษภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ระบบเศรษฐกิจและสังคม ทั้งปัญหาไฟ่ป่า และปัญหาอุทกภัย รวมทั้งอาชญากรรมใหญ่ๆที่สั่นสะเทือนสังคมจากเหตุปล้นทองกลางห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองลพบุรี ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และเหตุกราดยิงที จ.นครราชสีมา

นับเป็นอีกปีที่หฤโหดสำหรับคนไทย

เมื่อใน 24 ชั่วโมง ก็จะเข้าสู่ันสุดท้ายของปี 2563 แล้ว เราควรจะวางใจอย่างไร กับเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ที่กำลังจะผ่านไป และที่จะกำลังจะเกิดขึ้นใหม่ "สยามรัฐ" ขอยกเอาธรรมบรรยายของ พระไพศาล วิสาโล บรรยายธรรม เนื่องในเทศกาลเจริญสติ ปี 2554 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2554 (http://www.bia.or.th http://www.dhamma4u.com,https://www.facebook.com/buddhadasaar...)ทางช่อง youtube ช่องหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ถอดความมานำเสนอดังนี้

"ปีใหม่นี้ขอให้เรามีใจที่สด มีใจที่ใหม่ และพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งมีอยู่ทุกขณะ ไม่ใช่มีอยู่หรือเกิดขึ้นเฉพาะศักราชใหม่เท่านั้น...ขอให้ปีใหม่เรามีใจที่สด ใจที่ใหม่ ก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง และที่สำคัญคือมีใจที่ไม่หวั่นไหวในคำพยากรณ์ต่างๆ ที่ต่างแข่งกันพยากรณ์ให้มันเลวร้าย เพื่อจะได้เป็นจุดขาย จะได้เป็นจุดสนใจ เราอย่าหวั่นไหวในคำพยากรณ์เหล่านั้น รู้เท่าทัน แต่ก็ตั้งตนอยู่บนความไม่ประมาท และสามารถที่จะใช้ปัญญาในการที่จะเอาเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นไม่ทางใด ทางหนึ่ง รูปแบบใด รูปแบบหนึ่งให้เกิดประโยชน์

ใช้เหตุร้ายเหล่านั้น เพื่อมาทำให้เป็นเสมือนเครื่องฝึกฝนให้เรานั้นมีความฉลาด คือเข้าใจทางความจริงมากขึ้น เสริมสร้างจิตใจเราให้เข้มแข็งมากขึ้น มีสติมากขึน ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทมากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้ จึงจะเรียกได้ว่า เราเป็นผู้ฉลาด เป็นผู้ที่มีปัญญา คนจำนวนไม่น้อย เมื่อเจอเหตุร้ายเช่นน้ำท่วมแล้วนี่ ไม่ถึงกับเสียทรัพย์ เสียบ้านแต่ว่าใจก็เสีย

แต่คนที่ฉลาดกว่านั้น คือว่าเสียแต่ทรัพย์ แต่ใจไม่เสีย คือไม่เสียอารมณ์ ไม่เสียใจ แต่ดีกว่านั้นก็คือว่า แม้จะเสียทรัพย์แต่ได้อะไรกลับมา ไม่ใช่เงินชดเชยสัก 5,000 บาท หรือ 30,000 บาท แต่ว่าได้ปัญญา ได้ธรรมะมาเป็นเครื่องตอบแทน เช่น เข้าใจเรื่องอนิจจังมากขึ้น เห็นชัดว่าไม่มีอะไรเลยที่เป็นของเราเลยอย่างแท้จริง ถ้าเกิดว่าน้ำท่วมเราเสียทรัพย์ เสียบ้าน เราได้ธรรมะอย่างนี้กลับมา ถือว่าเราได้ กำไร เพราะว่าทรัพย์สินเงินทองราคาเป็นล้านก็ยังถือว่าต่ำกว่า ธรรมะที่จะช่วยให้เราอยู่รอดปลอดภัยท่ามกลางความผันผวนปรวนแปรของโลกรอบตัวได้

ไหนๆ เหตุร้ายก็เกิดขึ้นแล้ว ก็อย่าปล่อยให้มันผ่านเลยไป ได้กำไรจากเหตุเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสีย ความเจ็บป่วย ถ้าเราวางใจแบบนี้ได้ เราจะไม่กลัวเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราจะมีจิตใจมั่นคง และเราจะสามารถใช้มันเป็นเครื่องเพิ่มพูนปัญญาของเราให้งอกงาม ทำให้สติเราฉับไวมากขึ้น

เพราะฉะนั้นขอสรุปนะว่า ในช่วงปีใหม่นี้ ขอให้ทุกคนได้ มีสติ มีปัญญา สามารถพาใจให้พ้นจากความุกข์ สามารถเผชิญกับเหตุร้ายต่างๆ ด้วยใจที่สงบไม่หั่นไหว และสามารถใช้มันให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างคามเจริญงอกงาม ทางสติปัญญาแก่เรา จนสามารถที่จะมีจิตเป็นอิสระเหนือทุกข์ เข้าถึงความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป โดยมีพระนิพพานเป็นที่หมายด้วยกันทุกคน เทอญ"