ความเสี่ยงจากการกลับมาพบการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความวิตกกังวลว่าสถานการณ์โควิดไทย จะกลับมาวิกฤติอีกครั้งเช่นที่เคยเกิดขึ้นในห้วงเดือนมีนาคม-เมษยน แม้หลายฝ่ายจะเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุขไทย หากแต่ปริมาณของผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในกลุ่มแรงงานต่างด้าว สร้างความตื่นตระหนกให้กับพี่น้องประชาชน

อีกทั้งยังพบผู้ติดเชื้อกระจายอยู่ในหลายจังหวัด ทำให้จังหวัดสมุทรสาครต้องสั่งล็อกดาวน์ ขณะที่บางจังหวัดเริ่มล็อกดาวน์พื้นที่เสี่ยงและห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก

อย่างไรก็ตาม การป้องกันตนเอง ของประชาชนในระหว่างรอวัคซีน คือการรักษาสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง มีสุขอนามัย และการปฏิบัติตามข้อแนะนำของสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ กินร้อนช้อนส่วนตัวและการเว้นระยะห่างทางสังคม

กระนั้น ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด "สยามรัฐ" ขออันเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้านสาธารณสุข ในวาระต่างๆ เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญกับสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ปัจจุบันดังนี้

"...การรักษาความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดีและสังคมที่มั่นคงเพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้น โดยปกติจะอำนวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดี พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกำลังทำประโยชน์สร้างสรรเศรษฐกิจ และสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่ ทั้งไม่เป็นภาระแก่สังคมด้วย คือเป็นผู้แต่งสร้างมิใช่ผู้ถ่วงความ เจริญ..."พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

ตุลาคม 2522

"...ร่างกายของเรานั้น ธรรมชาติสร้างมาสำหรับให้ออกแรงใช้งาน มิใช่ให้อยู่เฉยๆ ถ้าใช้แรงให้พอเหมาะพอดีโดยสม่ำเสมอ ร่างกายก็เจริญแข็งแรง คล่องแคล่ว และคงทนยั่งยืน ถ้าไม่ใช้แรงเลยหรือใช้ไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะเจริญแข็งแรงอยู่ไม่ได้ แต่จะค่อยๆ เสื่อมไปเป็นลำดับ และหมดสมรรถภาพไปก่อนเวลาอันสมควร ดังนั้น ผู้ที่ปรกติทำการงานโดยไม่ได้ใช้กำลัง หรือใช้กำลังแต่น้อย จึงจำเป็นต้องหาเวลาออกกำลังกายให้พอเพียงกับความต้องการตามธรรมชาติเสมอทุกวัน มิฉะนั้น จะเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ที่เขาจะใช้สติปัญญาความสามารถของเขาทำประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่ส่วนรวมได้น้อยเกินไป เพราะร่างกายอันกลับกลายอ่อนแอลงนั้น จะไม่อำนวยโอกาสให้ทำการงานโดยมีประสิทธิภาพได้..."พระราชดำรัส เพื่อเชิญไปอ่านในการประชุมสัมมนาเรื่องการออกกำลังเพื่อสุขภาพ

วันที่ 17 ธันวาคม 2523

"...ในประเทศต่างๆ ที่มีโรคเรื้อนนี้ แม้จะในประเทศที่เรียกว่าเป็นประเทศที่ก้าวหน้าแล้ว พัฒนาแล้วก็ยังมี ไม่ใช่ว่าจะปราบได้โดยง่าย และปัญหาสำคัญที่เราเผชิญตั้งแต่ต้นก็คือให้คนได้สนใจและทำให้คนรู้ว่าโรคเรื้อนแก้ไขได้ช่วยได้ และจุดสำคัญอันหนึ่งคือทางจิตใจของผู้ที่เป็นโรคเรื้อน จะมีความลำบากทั้งในร่างกายทั้งในจิตใจ เพราะว่าเวลาไปไหนก็มีคนรังเกียจ..." สำนักราชเลขาธิการ

ประมวลพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่พระราชทานในโอกาสต่างๆ ปี พ.ศ.2523
(กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมแผนที่ทหาร, 2524 หน้า 68)