ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อธิบายความแตกต่างระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาอื่น ๆ ไว้ได้ดีมาก ในปาฐกถาเรื่อง “ศาสนาที่บาทหลวงไม่มีปัญหาสอน” ดังนี้

“...เท่าที่กระผมได้สังเกตประมวลจากความคิดเห็นต่าง ๆ ในเมืองไทยทุกวันนี้ กระผมรู้สึกวิตกเป็นอย่างยิ่งที่แลเห็นไปว่า ศาสนาพุทธของเราทุกวันนี้ปรากฏว่าคนส่วนมากกำลังมีความเสื่อมศรัทธาอยู่อย่างน่าวิตกอย่างยิ่งทีเดียว ความเสื่อมศรัทธาเหล่านี้ก็เนื่องมาจากความเข้าใจผิด คือการที่ไม่สนใจศึกษาให้เข้าใจได้ถูกต้อง หรือเพราะเหตุว่าชีวิตในปัจจุบันไม่อำนวยให้คนได้มีเวลายับยั้งคิด ได้มีเวลาตรึกตรองสิ่งที่รู้เห็นด้วยความเป็นจริงและเข้าใจความผิดต่าง ๆ ขึ้นได้ และเมื่อมีความเข้าใจผิดเช่นนี้เข้าแล้ว บางกรณีก็ทำให้เห็นไปว่าศาสนาพุทธไม่ใช่ของสำคัญ ไม่ควรได้รับความสนใจ หรือในบางกรณีก็ทำให้เกิดความเสื่อมในศรัทธาในความเชื่อถือได้มาก ทำท่าว่าจะกลายเป็นคนออกนอกศาสนาไปเลยทีเดียว เหตุเหล่านี้เป็นเหตุสำคัญที่กระผมนึกว่าผู้ที่หวังดีต่อพระศาสนาควรจะได้สนใจ แล้วเมื่อทราบเหตุทราบข้อเท็จจริงบางอย่างแล้ว ก็น่าที่จะได้ช่วยกันคิดแก้ไข กระทำให้เหตุเหล่านั้นหายไปเพื่อความรุ่งเรืองของพระศาสนา...

ที่เรานับถือศาสนาพุทธนั้นเพราะเราเชื่อมั่นว่าศาสนาพุทธนั้นดีกว่าศาสนาอื่น หรือคำสั่งสอนอื่นหรือลัทธิอื่น แล้วก็ในศาสนาพุทธเท่าที่ผมเข้าใจ วัตถุประสงค์ของศาสนาพุทธก็ไม่ได้มุ่งแต่จะทำให้คนเป็นคนดี นั่นไม่ใช่เป็นวัตถุประสงค์ของศาสนาพุทธเลย การสอนให้คนเป็นคนดีนั้นเพื่อเป็นมรรค เพื่อนำไปสู่ปัญญา ไปสู่ความสูญสิ้นแห่งอวิชา ไปสู่ปฏิเวธ นั่นต่างหากที่เป็นวัตถุประสงค์ของศาสนาพุทธ ไม่ใช่สักแต่สอนให้คนไม่ทำบาปทำกรรม ทำตัวดีแล้วก็หมดเรื่องกันแค่นั้น ไม่ใช่เป็นอันขาด

ความดีสูงสุดของศาสนาพุทธอยู่ที่ปัญญา ไม่ใช่อยู่ที่ความดีง่าย ๆ ความดีไม่ลักทรัพย์ไม่กล่าวเท็จอะไรเหล่านั้น นั่นฤาษีชีไพรที่ไหนเขาก็สอน แต่ความดีของศาสนาพุทธที่สูงสุด คือการสิ้นอวิชา คือการถึงปัญญา แล้วปัญญาในที่นี้ก็หมายถึงปัญญาที่นำไปสู่ความหลุดพ้น ไม่ใช่ปัญญาที่จะสะสม ไม่ใช่ปัญญาที่จะทำให้เกิดความยึดถือต่อไป เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราควรจะสนใจกันให้มาก แล้วก็ถ้าหากว่ามีโอกาสสำหรับท่านทั้งหลายที่เป็นฆราวาสนั่นงอยู่นี่ ที่ไม่ได้ศึกษาธรรม เป็นคนเข้าวัดเข้าวาก็น่าจะอธิบายให้เยาวชนหรือที่คนอื่นเขาไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาในวัดได้ทราบกันต่อ ๆ ไป

คำกล่าวที่ว่าศาสนาดีเหมือนกันทุกศาสนานั้น มันไม่เป็นความจริง เป็นความเข้าใจผิด แล้วศาสนาต่าง ๆ ในโลก ถ้าจะหาว่าผมใจแคบก็ตามที ผมก็จะพูดอย่างนี้ ศาสนาในโลกนอกจากศาสนาพุทธแล้ว สอนให้ทำดีจริง แต่ดีเพื่อยึดถือ ดีเพื่อยึดมั่น ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นได้แท้จริงเหมือนกับศาสนาพุทธของเราได้ ความดีที่สอนนั้นมันก็ต้องตรงกันทั้งนั้น เพราะมันเป็นทรรศนะของคนทั่วโลกก็เห็นว่าอะไรดีไม่ดี แต่ทางดีนั้นเป็นมรรคในศาสนาพุทธ ศาสนาอื่นก็อาจจะสอนให้ทำดีแล้วเขาก็พอใจกันแค่นั้น ปล่อย-ละวางไว้แค่นั้น คนทำดีแล้วพระเจ้าก็พอใจ ตายแล้วก็ขึ้นสวรรค์ ดูมันง่าย ๆ อย่างนั้น มันมีความลึกซึ้งอะไรเกินกว่านั้น ถ้าหากว่าเราไปพูดกันทั่ว ๆไปว่า ศาสนาดีเหมือนกันหมดก็เป็นการตีราคาศาสนาของตัวเราเองให้ต่ำลงไปร่วมกับศาสนาอื่นเขา ซึ่งความจริงด้วยความเห็นของผม ผมเห็นว่าไม่เข้าไจถึงศาสนาพุทธ แล้วก็ความเข้าใจผิดอย่างนี้ไม่มีผู้ใดแก้ไข ไม่ช่วยกันสั่งช่วยกันสอนชี้แจงให้เข้าใจเสียแล้ว ในที่สุดคำว่าศาสนาก็กลายเป็นของเรื้อ ๆ ไป เป็นของพื้น ๆ เด็กรุ่นหลังเติบโตต่อมาก็เห็นว่าศาสนาก็ไอ้เหมือนกันทั้งนั้นแหละ ก็สักแต่ว่าสอนให้ดี ไม่เห็นน่าสนุกสนานอะไร ทำความดีก็ไม่ได้ผลอะไร แล้วในที่สุดก็ออกนอกศาสนากันหมด นี่เป็นอันตรายอย่างหนึ่งของพุทธศาสนาซึ่งกระผมเห็นว่าควรจะได้แก้ไข”