ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยโสธรโดย จ่าสิบตรีพงษ์สถิย์ อรอินทร์ ปชส.ยโสธรมอบหมายให้นางสาวนารีรัตน์ เจริญศิริรัตนา ผู้ช่วย ปชส.ยโสธรนำสื่อมวลชนจังหวัดยโสธรลงพื้นเพื่อประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี พักบ้านโฮมสเตย์ สัมผัสวิถีชีวิต 2 วัฒนธรรมคริสต์และพุทธ ของบ้านหนองซ่งแย้ ต.คำเตย อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร

นางสาวนรีรัตน์ เจริญศิริรัตนา ผู้ช่วย ปชส.ยโสธรกล่าวว่า สำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยวครั้งนี้เป็นการทดลองนำร่องการท่องเที่ยวแบบ 1 วัน 1 คืนที่จัดได้อย่างลงตัว ซึ่งชาวบ้านและคณะกลองยาวรอต้อนรับนักท่องเที่ยวก่อนจะคล้องมาลัยและฟ้อนรำแห่นักท่องเที่ยวไปที่โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีบาทหลวงไพทูรย์ แสนสวสดิ์ อธิการโบสถ์วัดอัครมิคาแอลซ่งแย้ อาสาสมัครมัคคุเทศก์น้อย รอต้อนรับและแนะนำประวัติโบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบความเป็นมา ซึ่งโบสถ์คริสต์แห่งนี้เป็นโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ เป็น Unseen Thailand ที่ห้ามพลาด เป็นโบสถ์ไม้ที่มีลักษณะศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร ให้แผ่นไม้มุงหลังคา 80,000 แผ่น และมีเสาไม้ขนาดต่างๆ ถึง 360 ต้น ส่วนใหญ่เป็นเสาไม้ตะเคียนและไม้แดง มีช่องแสงประดับกระจกที่สวยงามอย่างมาก

จากนั้นคณะนักท่องเที่ยวได้นั่งรถไถพ่วงและรถพ่วงซาเล้งท่องเที่ยวรอบหมู่บ้านและเยี่ยมชมจุดแสดงสินค้า OTOP ทั้งเครื่องจักสาน พวงกุญแจลูกปัด กระเป๋าผ้า ผ้าขาวมา เครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บจากผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ พักรับประทานอาหารเที่ยง ส่วนช่วงบ่ายได้ไปเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ทำไม้กวาดดอกหญ้า ขนมดอกจอก แจ่วบองสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จกเสื่อกก เรียนรู้สวนเศรษฐกิจพอเพียงนางนาคแก้ว คำสอน ที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ด้วยการทำเกษตรแบบผสมผสาน เช็คอินจุดพญาแย้จุดแลนด์มาร์ค กราบนมัสการขอพรองค์พระใหญ่ ที่วัดหนองซ่งแย้ บ้านโนนม่วง ม.7 โดยมีการเวียนเทียนรอบพระใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย

หลังจากนั้นได้เข้าที่พักโฮมสเตย์ที่ได้จัดรองรับนักท่องเที่ยว ส่วนภาคค่ำมีพิธีเสกฝ้ายผูกแขน และผูกข้อต่อแขนให้แก่นักท่องเที่ยว รำบายศรีสู่ขวัญต้อนรับนักท่องเที่ยว และการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวในครั้งนี้เพื่อรองรับการท่องเที่ยวงานประเพณีแห่ดาวที่จะจัดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคม 2563 นี้ ที่ บ้านหนองซ่งแย้ ต.คำเตย อ.ไทยเจริญ จ.ยโสธร และที่สำคัญนักท่องเที่ยวจะได้มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนให้พี่น้องประชาชนได้มีขวัญและกำลังใจและมีรายได้มากขึ้น หลังจากเศรษฐกิจซบเซาจากสถานการณ์ covid-19