จากที่มีการเสนอข่าวผ่านสื่อกรณีมีหน่วยงานรัฐมีส่วนเอี่ยว อนุมัติป่าชุมชนทับซ้อน หน่วยงานรัฐเป็นใจส่อฮุบงบประมาณอุดหนุน หลายหน่วยเพิกเฉยปล่อยทำผิดลอยนวล และได้แจ้งว่าลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับทางองค์กรตรวจสอบทุจริตภาคเอกชน ดูสถานที่จริง ประกาศป่าชุมชนทับซ้อนพื้นที่เดียวกัน ชาวบ้านร้องหน่วยงานรับผิดชอบแล้ว ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง นิ่งเฉยไม่สนใจแก้ กระทบธรรมาภิบาลรุนแรง ชุมชนวุ่น เผยพบหลักฐานประชาคมเท็จ มั่วพิกัด ขออนุญาตป่าชุมชนทับซ้อนพื้นที่เดียวกัน บ้านเมืองนิ่งเฉยไม่สนใจกฎหมาย

นางนันทนา บุณยานันต์ ผู้อำนวยสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ ในฐานะโฆษกกรมป่าไม้ กล่าวว่ากรมป่าไม้ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้รับทราบข้อมูลแล้ว ปรากฏว่าเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการขอจัดตั้งป่าชุมชุน ในพื้นที่ ต.แม่ปุ อ.แม่พริก จ.ลำปาง ประกอบด้วย โครงการป่าชุมชนบ้านท่าไม้ , บ้านแม่ปุ , บ้านต้นธง , บ้านโป่งขาม , บ้านวังผู และบ้านแม่ปุแพะ รวมจำนวน 6 โครงการ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง รวมเนื้อที่ 4,736 ไร่ ซึ่งกรมป่าไม้ขอชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ในเรื่องการประกาศป่าชุมชนทับซ้อนพื้นที่เดียวกัน โดยข้อเท็จจริงโครงการป่าชุมชนที่ได้รับการอนุมัติจากกรมป่าไม้ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง รวมเนื้อที่ 4,736 ไร่ ทั้ง 6 โครงการ ไม่เป็นการซ้อนทับกันของพื้นที่ เนื่องจากป่าชุมชนทั้ง 6 โครงการมีพื้นที่ติดต่อกัน จึงเป็นรูปแบบการบริหารจัดการป่าแบบเครือข่ายการมีส่วนร่วม พื้นที่ป่าที่ขอจัดตั้งเป็นป่าชุมชนตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้านโป่งขาม หมู่ที่ 4 โดยหมู่ที่ 1,2,3,5,6 ที่เป็นหมู่บ้านในตำบลเดียวกันได้ขอจัดตั้งป่าชุมชน โดยขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป่าชุมชนบ้านโป่งขาม หมู่ 4 ทั้งนี้ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติป่าชุมชนพ.ศ. 2562 ตามมาตรา 32 การจัดตั้ง

ป่าชุมชน กำหนดให้ชุมชนท้องที่ใดที่อยู่ในอำเภอเดียวกันกับพื้นที่ป่าซึ่งอยู่นอกเขตป่าอนุรักษ์ และมีความสามารถดูแลรักษาป่านั้นได้ หากมีความประสงค์จะนำพื้นที่ป่านั้นมาจัดตั้งเป็นป่าชุมชน ให้บุคคลในชุมชนนั้นจำนวนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ร่วมกันตั้งตัวแทนเป็นหนังสือเพื่อยื่นคำขอจัดตั้งป่าชุมชน ในส่วนของการเสนอข่าวว่าหน่วยงานรัฐเป็นใจส่อฮุบงบประมาณอุดหนุน ขอชี้แจงว่างบประมาณของรัฐ ที่สนับสนุนการจัดการป่าชุมชนทั้ง 6 แห่งเป็นรูปแบบของเงินอุดหนุน ซึ่งกรมป่าไม้ได้รับการจัดสรรเพื่อใช้จ่ายตามระเบียบกรมป่าไม้ว่าด้วยการควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณงบเงินอุดหนุน โดยการจ่ายเงินอุดหนุน จะโอนเข้าบัญชี “เงินอุดหนุน กรมป่าไม้ ป่าชุมชน บ้าน...” (ทั้ง 6 หมู่บ้าน) จำนวนหมู่บ้าน ละ 70,000 บาทโดยตรง ซึ่งส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายจะเป็นค่าป้ายโครงการ 1 ป้าย ป้ายแนวเขต 15 ป้าย และป้ายกฎระเบียบ 1 ป้าย ต่อ 1 โครงการ มีผู้รับผิดชอบบัญชีคือคณะกรรมการป่าชุมชนของหมู่บ้าน จำนวน 3 ราย เป็นผู้เปิดบัญชีร่วมกันตามขั้นตอนที่กรมป่าไม้กำหนด โดยเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ไม่ได้เป็นผู้นำงบประมาณไปใช้จ่ายในพื้นที่แต่อย่างใด สำหรับปี 2563 กรมป่าไม้ ได้กำหนดเป้าหมายโครงการป่าชุมชน ในพื้นที่จังหวัดลำปาง จำนวนทั้งสิ้น 65 โครงการ ซึ่งไม่ได้เป็นโครงการป่าชุมชนที่มีการจัดตั้งใหม่ และไม่ได้มีพื้นที่ทับซ้อน โดยผ่านการอนุมัติจากกรมป่าไม้แล้ว

สำหรับกรณีที่เสนอข่าวว่าชาวบ้านร้องหน่วยงานรับผิดชอบแล้วยังนิ่งเฉย ในส่วนของกรมป่าไม้ โดยสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) เมื่อได้ทราบเรื่องจึงเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 ร่วมกับทุกภาคส่วนทั้งอำเภอท้องที่ และประชาชนบ้านโป่งขาม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งได้ดำเนินการหารือกันอย่างต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง ในวันที่ 22 สิงหาคม 2563 วันที่ 28 สิงหาคม 2563 และ วันที่ 11 กันยายน 2563 และในกรณีที่มีการอ้างถึงบางป่าใช้พิกัดในแผนที่เป็นตัวเลขเดียวกัน การทำประชาคมที่เป็นข้อสงสัยว่ามีการปลอมลายเซ็น รวมทั้งภาพประกอบการยกมือของชาวบ้านในที่ประชุมประชาคม ตรวจสอบแล้วพบว่าการที่พิกัดบางส่วนตรงกันเนื่องจากบริเวณพิกัดดังกล่าวเป็นพิกัดร่วม ที่เป็นการแบ่งพื้นที่ระหว่างป่าชุมชน ในด้านเอกสารตามแบบ ปชช.1 ที่ดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกับการจัดทำประชาคม ตรวจสอบตามเอกสารแล้วพบว่าไม่มีลายเซ็นปลอมแต่อย่างใด รวมถึงภาพประกอบการยกมือของชาวบ้าน พบว่าเป็นภาพจากการชี้แจงทำความเข้าใจและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับอำเภอท้องที่ และประชาชนบ้านโป่งขาม ซึ่งไม่ใช่ภาพ การประชาคมในการขอจัดทำโครงการป่าชุมชน

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา ข้อเสนอ ข้อคิดเห็นและแก้ไขความขัดแย้งของชุมชนในพื้นที่ทั้ง 4 ครั้ง กรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 (ลำปาง) ดำเนินการสร้างความเข้าใจแก่ชุมชน หน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้องกับป่าชุมชนทั้ง 6 แห่ง โดยต้องจัดทำแผนการจัดการป่าชุมชน พร้อมจัดทำแผนที่แนวเขตป่าชุมชนให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ทั้งนี้การปรับลดหรือขอเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 นอกจากนี้ ป่าชุมชมทั้ง 6 โครงการ ชาวบ้านได้ดูแล รักษา และใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยจัดตั้งเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่พริก โฆษกกรมป่าไม้กล่าว.