การยกระดับความเข้มข้นของการชุมนุมเคลื่อนไหว เพื่อต่อต้านและขับไล่รัฐบาลของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ "สนามไชย1"ได้ทวีมากขึ้น ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ ยิ่งเมื่อประเมินจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎร หน้าที่รัฐสภา เกียกกาย เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ยิ่งสะท้อนถึง "เป้าจริง"ได้ชัดแจ้งว่า

ที่สุดแล้ว "อะไร" คือสิ่งที่แกนนำกลุ่มราษฎร ตลอดจน "นักวิชาการ" และ "นักการเมือง" ที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง ต้องการมากที่สุด
แน่นอนว่ามีเพียง ข้อเรียกร้องเพียงข้อ3 ข้อเดียวที่เป็นเหมือน "ธง" นั่นคือการกดดันให้มีการ "ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์"
เพราะจนถึงบัดนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ลาออกจากตำแหน่ง ตามที่กดดันกันเอาไว้

และล่าสุด ความหวังที่ต้องการ "รื้อโละ" รัฐธรรมนูญ ฉบับ2560 ก็กลับไม่สมหวัง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่เสนอโดย องค์กรเอกชนที่ชื่อไอลอว์ ถูกตีตกไปกลางที่ประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ชนิดที่ไม่มีอะไรพลิกความคาดหมาย

แต่การที่พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ยอมลาออก และประเด็นที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับไอลอว์ ถูกที่ประชุมร่วมรัฐสภา ตีตกไป กลับไม่ใช่ "ชนวน"ที่ทำให้ผู้ชุมนุมเดือดดาล เพราะที่ผ่านมารัฐบาลใช้ความอดทน อดกลั้น มาโดยตลอด จนทำให้ถูกประชาชนคนที่รักและเทิดทูนสถาบันเริ่มออกอาการ "ขัดใจ"

ยิ่งรัฐบาล และฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่นบท "นิ่ง" มากเท่าใด ยิ่งทำให้ฝ่ายผู้ชุมนุมต้อง "เหนื่อย" มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหมายความว่า ข้อเรียกร้อง ทั้ง3ข้อที่ชูขึ้นมาปลุกระดมมวลชน ยังไม่มีอะไรที่สำเร็จลุล่วง ขณะที่มวลชนเริ่มลังเล และหวาดกลัว กังวลกับความปลอดภัย ภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างคนเสื้อเหลือง ที่ปกป้องสถาบันกับผู้ชุมนุมคณะราษฎร ที่แยกเกียกกาย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

สถานการณ์ทางการเมืองในบ้านเมือง เวลานี้ได้เดินหน้าเข้าสู่ความตึงเครียดมากขึ้น เมื่อการชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่สี่แยกราชประสงค์ ก่อนเคลื่อนพลบุกไปกดดันเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)

นอกจากผู้ชุมนุมจะสาดสี เขียนกำแพง สร้างความเสียหาย รวมทั้งยังปรากฎชัดเจนว่ามีการพ่นข้อความจาบจ้วงสถาบัน ด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่ารัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง จะเพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายทุกฉบับ ทุกมาตราที่มีเพื่อดำเนินการกับผู้ชุมนุมที่กระทำผิดฝ่าฝืนกฎหมาย

จากนั้นเพียงไม่นาที ฝ่ายแกนนำม็อบได้ส่งสัญญาณ เตือนรัฐบาลว่า กำลังท้าทายใช่หรือไม่ พร้อมทั้งเตือนให้รอรับความล้มเหลวจากการเป็น เฟล สเตรท ได้เลย
แน่นอนว่าการยกระดับการชุมนุมของมวลชนในนามราษฎร จะต้องมีขึ้นภายใต้ "ประเด็น" ที่แหลมคมและมุ่งจาบจ้วงต่อสถาบัน อย่างไม่ลดละ เพราะรู้ดีว่า นี่คือฟางเส้นสำคัญที่จะทำให้รัฐบาลและ "กองทัพ" อยู่ในอาการที่ยากจะอดทน อดกลั้น ยิ่งเมื่อประกาศนัดชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งใหม่ วันที่ 25 พ.ย.ที่หน้าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เหมือนเป็นการท้าทาย พร้อมชนทุกเมื่อ !