เริ่มระส่ำ! สำหรับทีมยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ หลังจากที่บรรดานักเตะคนสำคัญของทีมเริ่มทยอยบาดเจ็บกันหลายราย ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มแข่งขันกันมาแค่ 8 นัดเท่านั้น แน่นอนมันส่งผลกระทบอย่างมากกับสโมสรที่ต้องแข่งกันในหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล แมนเชสเตอร์ ซิตี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฯลฯ

โดยทีมที่ได้รับผลกระทบเห็นกันชัดๆ คือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดต้องเสีย "เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์" ฟูลแบ็คตัวสำคัญของทีม ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมบิ๊กแมตช์ที่เสมอ 1-1 กับ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะต้องพักรักษาตัวนานประมาณ 4 สัปดาห์ และน่าจะต้องถอนตัวจากทีมชาติอังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องกับ ไอร์แลนด์ และพบกับ เบลเยียม รวมถึง ไอซ์แลนด์ ในศึกยูฟ่า เนชันส์ลีก ช่วง 2 สัปดาห์ที่จะถึงนี้

โดยก่อนหน้านี้ "หงส์แดง" มีรายชื่อผู้เล่นบาดเจ็บยาวเหยียด แต่ยังโชคดีที่ "อลิสซอน เบ็คเกอร์" ผู้รักษาประตูมือ 1 หายกลับมาเฝ้าเสาต่อได้แล้ว แต่ในรายของ "เฟอร์จิล ฟาน ไดค์" ยอดกองหลังคนสำคัญ น่าจะเจ็บยาวจนจบซีซั่น ขณะที่ "ติอาโก้ อัลคันตารา" ที่ย้ายมาด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์จาก บาเยิร์น มิวนิค ได้เล่นไปแค่ 135 นาทีก็เจ็บหนักจากที่โดน ริชาร์ลิสัน เสียบในเกมเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ เมื่อ 17 ต.ค. ขณะที่ "ฟาบินโญ" ที่ต้องถอยมาเล่นเซนเตอร์แทน ฟาน ไดค์ ก็ต้องมาเจออาการบาดเจ็บไปอีกคน

หลังจบเกม "เจอร์เกน คลอปป์" กุนซือหงส์แดง เปิดเผยว่า ได้คุยกับ "เป๊ป กวาร์ดิโอลา" ผู้จัดการทีมแมนฯ ซิตี้ ก่อนการแข่งขัน เรื่องที่อยากเสนอให้ พรีเมียร์ลีก กลับมาใช้โควตาตัวสำรองนัดละ 5 คนต่อทีมอีกครั้ง เหมือนในช่วงรีสตาร์ตเมื่อฤดูกาลที่แล้วในเดือน มิ.ย. - ก.ค. เพื่อช่วยลดภาระของบรรดานักเตะที่ต้องลงสนามถี่ยิบ ทั้งเกมสุดสัปดาห์ต่อด้วยแมตช์กลางสัปดาห์ โดยมองว่าการเปลี่ยนตัวได้เพียงนัดละ 3 คนในตอนนี้ ยังไม่เพียงพอต่อการกรำศึกหนัก

ขณะที่ "เป๊ป" ก็ออกย้ำว่า "ผมคิดว่าเราควรจะต่อสู้เพื่อให้กลับมาใช้โควตาตัวสำรอง 5 คนได้อีกครั้ง ซึ่งบรรดาสโมสรและลีกอื่นๆ ต่างก็ใช้กฎนี้กัน เพราะพวกเขาเข้าใจว่าสถานการณ์ในตอนนี้มันแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง หลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 หากไม่มีช่วงเบรก ไม่มีช่วงพัก ประเทศอื่นก็นำกฎนี้มาใช้กันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าลีกของเราจะพิเศษและแตกต่างจากลีกอื่นๆ ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดี เพราะเราไม่ได้ปกป้องเหล่าผู้เล่นมากเท่าที่ควร และเราควรจะเริ่มจัดการตั้งแต่ตอนนี้" กุนซือเรือใบสีฟ้า กล่าว

จากปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น ทำให้ "หงส์แดง" พร้อมจับมือกับทาง "เรือใบสีฟ้า" ในการเรียกร้องให้ พรีเมียร์ลีก กลับมาอนุญาติให้เปลี่ยนผู้เล่นได้ 5 คน เพื่อช่วยถนอมตัวผู้เล่น ไม่ให้บาดเจ็บกันระนาวในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง ทำให้เกิดกระแสว่าตอนนี้มีหลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก กำลังพยายามที่จะเรียกร้องให้มีปรับเปลี่ยนกฎกลับไปอนุญาติให้ใช้ตัวสำรองได้ 5 คน เหมือนช่วงชัทดาวน์โควิด-19 หลังทางพรีเมียร์ลีก ให้กลับมาเปลี่ยนตัวได้แค่ 3 คนตามปกติสำหรับฤดูกาล 2020-21 ซึ่งกุนซือของสองทีมชั้นนำ ทั้ง เจอร์เกน คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พร้อมใจกันออกมาเรียกร้อง แต่ก็มีบางทีมไม่เอาด้วย เพราะกลัวว่าจะเป็นการเอื้อทีมใหญ่มากกว่า

ซึ่งเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล เสียงส่วนใหญ่ของบรรดาสโมสรในพรีเมียร์ลีก ต่างพร้อมใจกันโหวตคัดค้านเรื่องการใช้โควตาตัวสำรองนัดละ 5 คนต่อทีม เนื่องจากมองว่าจะทำให้สโมสรใหญ่ที่มีจำนวนผู้เล่นมากกว่า ได้เปรียบทีมเล็กๆ ที่มีนักเตะในทีมน้อยกว่า

แต่ล่าสุด หลายสโมสรในพรีเมียร์ลีก กำลังใช้เรียกร้องให้นำกฎที่อนุญาติให้เปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน กลับมาใช้อีกครั้ง หลังจากที่นักเตะเริ่มทยอยเจ็บกันไป โดยเฉพาะทีมแชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล โดยในฤดูกาล 2020-2021 ทางพรีเมียร์ลีก ได้มีการปรับกฎกลับมาให้เปลี่ยนตัวได้แค่ 3 คนตามสถานการณ์ปกติแล้ว ทั้งๆที่ทุกลีกในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ลาลีกา, บุนเดสลีกา, กัลโช เซเรียอา, ลีกเอิง, พรีเมียร์ดัตช์ หรือ ลีกโปรตุเกส ไม่เว้นแม้แต่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และยูฟ่า ยูโรปาลีก ทั้งหมดใช้กฎเปลี่ยนตัว 5 คน ในซีซั่นนี้ ยกเว้น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เปลี่ยนได้แค่ 3 คน เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า “เวสต์แฮม” กับ อีกสองสโมสร ในตอนแรกโหวตไม่เห็นด้วยที่จะให้เปลี่ยนตัวได้ 5 แต่ล่าสุดเหมือนจะพร้อมพิจารณาใหม่ โดยกรณีที่จะกดดันให้เปลี่ยนแปลงกฎได้ คงต้องมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นพรีเมียร์ลีก กับอีก 14 สโมสรที่จะโหวตให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ปัญหาคืออาจมีทีมไม่ถึงตามจำนวนขั้นต่ำ นอกจากการกลัวที่จะไปช่วยให้ทีมใหญ่ๆได้เปรียบแล้ว ยังมีความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงกฎระหว่างซีซั่น จะทำให้การแข่งขันในฤดูกาลนั้นไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน

คงต้องลุ้นกันยาวๆว่า พรีเมียร์ลีก ร่วมทั้งสโมสรต่างๆ จะยอมใจอ่อนเปลี่ยนกฎให้กลับมาเอื้อประโยชน์กับทีมยักษ์ใหญ่หรือไม่ เพราะล่าสุดบรรดาทีมเล็กๆก็เริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว