การเริ่มต้นจากทักษะพื้นฐานที่ดี จะช่วยในการพัฒนาศักยภาพด้านต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ด้านกีฬาก็เช่นเดียวกัน และเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม ผลิตภัณฑ์ไมโล จึงเดินหน้าจัดการแข่งขัน "ไมโล ฟุตซอล 2020 พลังทักษะ สร้างทีมแกร่ง" ในรูปแบบใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้แสดงพลังและศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร โดยเน้น 5 ทักษะฟุตซอล ได้แก่ เลี้ยง ส่ง เดาะ โหม่ง ยิง ที่เป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของนักกีฬาฟุตซอลทุกคน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไมโลในการสนับสนุนให้เด็กได้เรียนรู้และเติบโตสู่ความสำเร็จด้วยกีฬา เพราะกีฬาคือครูชีวิต

ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า การแข่งขันไมโล ฟุตซอลปีที่ 11 รูปแบบจะแตกต่างกับ 10 ปีที่ผ่านมา โดยปีนี้จะเน้นแข่งทักษะเฉพาะตัว 5 รูปแบบ คือ เลี้ยง ส่ง เดาะ โหม่ง ยิง ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานที่ผู้เล่นฟุตซอลทุกคนต้องเล่นให้เก่ง ที่ผ่านมาเด็กไทยเน้นการเล่นแบบเป็นทีม หวังผลแพ้-ชนะมากกว่า ถ้าเทียบกับยุโรป หรือ ประเทศที่มีนักฟุตบอลเก่ง ๆ จะเห็นว่าประเทศเหล่านี้เน้นวิธีการฝึกทักษะพื้นฐานของเด็กให้แน่นก่อนจะมาเล่นเป็นทีม การแข่งขันฟุตซอลรูปแบบใหม่นี้ยังเน้นการแข่งขันเพื่อสร้างทีมเวิร์ก นอกจากผู้เล่นจะต้องฝึกทักษะการเล่นที่ชำนาญและแม่นยำแล้ว ยังต้องประสานกันเป็นทีม เราเชื่อว่า เด็ก ๆ ทุกคนถ้าได้ฝึกกับแบบทดสอบนี้ นอกจากจะทำให้ความสามารถเฉพาะตัวดีขึ้นแล้วยังมีศักยภาพที่จะก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพที่สร้างทีมแกร่งได้แน่นอน

สำหรับเทคนิคในการฝึกแต่ละทักษะพื้นฐานที่ทุกคนสามารนำไปฝึกได้ อ.ชาญวิทย์และสต๊าฟโค้ชทีมไมโล นำโดยนายคมกริช นภาลัย อดีตผู้จัดการทีมฟุตซอล ชลบุรี บลูเวฟ นายอนุพงษ์ พลศักดิ์ อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และ นายยุทธนา พลศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุด U20 แนะนำเคล็ดลับการฝึกทักษะโดยสามารถชมในรูปแบบวิดีโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=pK7LgI6JCdU&feature=youtu.be

ทักษะการเลี้ยงบอล เลี้ยงบอลซิกแซกผ่านสิ่งกีดขวาง การเลี้ยงบอลที่ดีต้องไม่เกร็งลำตัวส่วนบน ใช้การย่อเข่าเพื่อสร้างบาลานซ์ เวลาเลี้ยงบอลให้ใช้ปลายเท้าด้านนอกของเท้าข้างที่ถนัด และใช้ปลายเท้าด้านในคอนโทรลลูกบอลผ่านอุปสรรค ให้ลูกบอลอยู่กึ่งกลางลำตัว เมื่อต้องการเปลี่ยนทิศทาง ให้จิกปลายเท้าลง เกร็งข้อเท้าเล็กน้อย ใช้ข้างเท้าด้านนอกส่วนบนของรองเท้าสัมผัสลูกฟุตบอลในการเปลี่ยนทิศทาง เมื่อเปลี่ยนทิศทางแล้ว จะใช้ข้างเท้าด้านใน ส่วนบนของรองเท้าสัมผัสลูกฟุตบอลเพื่อพาลูกเปลี่ยนทิศทางไปอีกด้านหนึ่ง

ทักษะการรับ-ส่งบอล ผ่านสิ่งกีดขวาง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ส่งบอลด้วยลูกเรียดและลูกโด่ง สำหรับเทคนิคง่าย ๆ ในการส่งลูกเรียด คือ ต้องวางเท้าหลักให้อยู่ระหว่างลูกฟุตบอล ห่างประมาณ 1 ฝ่ามือ เพื่อไม่ให้อยู่ใกล้ลูกฟุตบอลเกินไป การแปบอลจะใช้ข้างเท้าด้านในแปไปที่ส่วนกลางของลูกบอล เพื่อให้ลูกบอลเรียดไปกับพื้น ถ้าเป็นการส่งด้วยลูกโด่ง เท้าหลักวางในลักษณะเดียวกันกับลูกเรียด แต่ใช้เท้าข้างที่ถนัดเตะช้อนไปที่บริเวณใต้ลูกบอล เพื่อให้ลูกฟุตบอลลอยโด่งขึ้น

ทักษะการเดาะบอล สามารถใช้ร่างกายได้ทั้งหลังเท้า หน้าขา และส่วนศีรษะ ซึ่งมีเทคนิคแตกต่างกันออกไป เช่น การใช้หลังเท้า เวลาเดาะให้ย่อเข่าเล็กน้อย ตามองที่ลูกบอล ถ้าใช้หน้าขา ให้ยกขาตั้งฉาก 90 องศา จัดลำตัวให้ตรง ควบคุมน้ำหนักให้ดี

ทักษะการโหม่ง เทคนิคง่าย ๆ คือ ตาต้องมองลูกบอล เกร็งลำคอ โน้มตัวไปด้านหลัง พอจะโหม่งจึงโน้มคอไปด้านหน้า ถ้าเด็ก ๆ ฝึกอย่างชำนาญ จะช่วยในการควบคุมบอล ทำประตู และสกัดบอลจากคู่ต่อสู้

ทักษะการยิง สามารถทำได้หลายรูปแบบ ทั้งใช้หลังเท้า ข้างเท้าด้านใน ด้านนอก แต่ส่วนใหญ่จะใช้หลังเท้า เพราะทำให้ลูกพุ่งและแรง เทคนิคสำคัญในการยิง คือ ตาต้องมองที่ลูกบอล เน้นที่การวางเท้าหลักเพราะลูกบอลจะไปทิศทางที่ต้องการ หรือถ้ายิงด้วยข้างเท้าด้านใน จะควบคุมทิศทางได้ดีกว่าการยิงด้วยหลังเท้า ทั้งในเรื่องความแม่นยำ สามารถเลือกมุม ทิศทาง และน้ำหนักได้

เมื่อนักกีฬาแต่ละคนมีพื้นฐานทักษะที่ดี จะเล่นเข้ากับทีมได้ทุกรูปแบบ สร้างโอกาสในการแข่งขันได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น การฝึกพื้นฐานฟุตซอลทั้ง 5 ทักษะนี้ ยังมีประโยชน์ด้านอื่น ๆ เช่น ได้ฝึกสมาธิโดยพุ่งความสนใจไปที่ลูกบอล ฝึกไหวพริบในการเลี้ยงบอลหลบหลีกคู่แข่ง ฝึกความแม่นยำจากการส่งบอล รวมทั้งทีมเวิร์กที่ต้องประสานกัน ในทีม คอยให้กำลังใจเพื่อน และที่สำคัญยังได้เรียนรู้ความมีน้ำใจเป็นนักกีฬา

สิ่งสำคัญที่จะพานักเตะรุ่นจิ๋วประสบความสำเร็จ คือ ต้องอดทนและหมั่นฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ เพราะแต่ละทักษะสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเองและทีม และต่อยอดให้ก้าวสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติตามความฝันของเด็ก ๆ ได้