เมื่อวันที่ 25 ก.ย.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลลงลงมติการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งกรรมาธิการศึกษารัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันหลักการเดิมในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รวมถึงการให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ดังนั้นพรรคฯ จึงไม่หวั่นไหวกับคำกล่าวหา ที่ว่าประชาธิปัตย์ไม่มีจุดยืนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพราะไม่เป็นความจริง พรรคฯ ต่อสู้เรื่องนี้มาโดยตลอด จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการเหมือนที่เกิดขึ้น มีการบอกล่วงหน้าให้พรรคฯ ได้ทราบไม่ถึงชั่วโมง และทันทีที่ทราบ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. ของพรรคฯ จึงได้เรียกประชุม ส.ส. ของพรรคฯ เพื่อกำหนดท่าที

“ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทั้งๆ ที่กระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเราได้ศึกษาของชุดท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ศึกษามาแล้วหลายเดือน เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนรับหลักการนั้น ผมก็อยากตั้งคำถามเหมือนกันว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อศึกษาเรื่องใดอีก คนที่เสนอให้ตั้งและคนที่เห็นด้วยจะต้องตอบคำถามให้ชัดด้วย” นายราเมศกล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับญัตติตั้งกมธ.เหตุใดจึงต้องส่ง ส.ส. ไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ นายราเมศ กล่าวว่า พรรคฯ มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งบุคคลเข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย เพราะพรรคฯ ได้ยืนยันเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 256 และการตั้ง สสร. รวมไปถึงอีกหลายประเด็น ดังนั้นพรรคฯ จึงจำเป็นต้องส่งเพื่อเป็นการควบคุมในประเด็นที่พรรคฯ พยายามนำเสนอ ถ้าเราไม่ส่ง เราจะไปควบคุมประเด็นได้อย่างไร เราต้องตามกลับไปเพื่อที่จะควบคุมให้อยู่ในหลักการของพรรคฯระยะเวลา 30 วัน  ฉะนั้นมีเวลา 2 เดือนที่จะเตรียมการให้พร้อม เมื่อเปิดสมัยประชุมมา ก็ต้องเข้าสู่โหมดวาระรับหลักการว่า จะรับหรือไม่รับในวาระที่ 1 ส่วนที่มีส.ส. ของพรรคจำนวน 2 คน ที่เห็นเห็นด้วยก็ให้ตอบคำถามเอง