วันที่ 18 ก.ย.63 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อการชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ ว่า ในการชุมนุมที่ผ่านมา เดิมที่เราใช้แผนกรกฎ 52 ในการดำเนินการควบคุมสถานการณ์ แต่ด้วยความที่เราใช้มาตั้งแต่ปลายปี 2551 ซึ่งเป็นระยะเวลานานแล้ว จึงมีการปรับปรุงมาเป็นแผนการชุมนุม 63 ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อีกครั้งในปัจจุบันเรายังคงอยู่ภายใต้การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าด้วยการป้องการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด19 จึงมีความจำเป็นต้องประสานงานกับหน่วยร่วมปฏิบัติต่างๆ เช่น การตั้งจุดคัดกรอง ประการสำคัญของแผนการชุมนุม 63 จะมีการปรับให้เข้ากับพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยจะมีการกำหนดขั้นตอน ระเบียบ แนวทางการปฏิบัติของผู้เข้าร่วมชุมนุม และแนวทางการปฏิบัติของทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะยังคงยึดแนวทางการดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เราไม่ได้มุ่งเน้นในการใช้กำลัง เบื้องต้นได้ทยอยวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ส่วนการปิดถนนทาง บช.น.ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบไปแล้ว ว่าจะมีการปิดกั้นในบริเวณใดบ้าง สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ เป็นกำลังของกองร้อยควบคุมฝูงชนทั่วประเทศ โดยใช้กำลังประมาณ 1 หมื่นกว่าคน

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมจะมีจำนวนเท่าไหร่ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือว่าแม้จะมีผู้ชุมนุมจำนวนมากแต่ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่กระทบสิทธิ์ของผู้อื่นก็สามารถทำได้ แต่ถ้ามาน้อยแต่ไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่นหรือละเมิดกฎหมาย ซึ่งจุดนี้เป็นประเด็นสำคัญกว่า ส่วนการเฝ้าระวังบุคคลที่ 3 จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ ถือเป็นนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่รับนโยบายมาจากรัฐบาล ที่ต้องดำเนินการดูแลอย่างเต็มที่ หัวใจสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจคือการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ทั้งกลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมและพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป