ยกให้เป็นก้างตำคอชิ้นใหญ่ หนามตำใจชิ้นโต หากกล่าวถึงอุปสรรคที่คอยเตะตัดขา อภิมหาโครงการ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21” ของจีนแผ่นดินใหญ่ ที่หมายใจใช้เมกะโปรเจ็กต์โครงการนี้ รุกสยายกรงเล็บ คือ อิทธิพลของพญามังกรจีนเลยทีเดียว

สำหรับ กลุ่มตาลีบันในปากีสถาน เครือข่ายของกลุ่มตาลีบันตัวแม่ในอัฟกานิสถาน ขบวนการก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง ระดับแถวหน้าเช่นเดียวขบวนการอัลกออิดะฮ์ และกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส หรือที่หลายคนเรียกว่า ไอซิส

เมื่อว่าถึงตาลีบันกลุ่มแม่ในอัฟกานิสถาน ก็ต้องบอกว่า ยืนหยัดต่อสู้กับชาติมหาอำนาจ ตั้งแต่สมัยอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียเรืองอำนาจ รวมถึงสามารถต่อกรกับมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรชาติตะวันตก จนถึงขั้นต้องมานั่งโต๊ะเจรจาสันติภาพ เพราะมหาอำนาจตะวันตกที่นำโดยสหรัฐฯ คู่ปรับ มิอาจทำลายล้างกลุ่มตาลีบันให้พ่ายแพ้อย่างสิ้นซากลงไปได้ ใช่แต่เท่านั้น กลุ่มตาลีบัน ยังสามารถยั้งทัพของกลุ่มรัฐอิสลาม อันเป็นขบวนก่อการร้ายคู่แข่ง จนไม่สามารถปักหลักในอัฟกานิสถานได้อย่างเข้มแข็ง เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในอิรักและซีเรีย ก่อนที่ในเวลาต่อมา กลุ่มตาลีบันได้ขยายเครือข่ายไปยังปากีสถาน ประเทศใกล้เคียง กระทั่งสามารถสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่ทางการอิสลามาบัด รัฐบาลกลางปากีสถาน ตลอดช่วงที่ผ่านมาได้ด้วย รวมถึงบางส่วนก็ได้ขยายเครือข่ายลงใต้ไปถึงประเทศอินเดียด้วยซ้ำ

โดยเครือข่ายของตาลีบันในปากีสถาน ก็มีหลายกลุ่มด้วยกัน ได้แก่

“เตห์รีค-อี-ตาลีบันปากีสถาน” หรือ “ทีทีพี” ซึ่งกลุ่มนี้เคยเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของขบวนการอัลกออิดะฮ์ของนายอุสมะฮ์ บินลาเดน ในฐานะที่เป็นฝ่ายให้ข่าวข้อมูลลับ และพัวพันกับลงมือก่อเหตวินาศกรรมร่วมกับอัลกออิดะฮ์หลายครั้ง เมื่อช่วงคริสต์ทศวรรษ 2000

นอกจากนี้ ก็ยังมีกลุ่มญามาอะตุลอะฮ์รอร์ กลุ่มฮีซบุลอะฮ์รอร์ และกลุ่มฮาคีมุลเลาะฮ์เมห์ซุด โดยทั้ง 3 กลุ่มนั้น เคยอยู่ใต้ร่มธงของกลุ่มทีทีพีมาก่อน แต่แยกตัวไปเมื่อช่วงปี 2014 (พ.ศ. 2557) จากกรณีที่มีความเห็นต่างๆ ในเรื่องแกนนำกลุ่มครั้งกระนั้น

ทว่า ถึง ณ เวลานี้ ปรากฏว่า ทั้ง 3 กลุ่มข้างต้น ก็ได้กลับมารวมพลกันอีกครั้ง เมื่อช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมานี้เอง

เหตุปัจจัยสำคัญอันทำให้กลุ่มก่อการร้ายพวกนี้ หวนมารวมตัวกันอีกครั้งนั้น ก็คือ แนวคิดเรื่องการต่อต้านพญามังกรจีน ที่สยายกรงเล็บ คือ รุกขยายอิทธิพลเข้ามาในปากีสถาน ดินแดนมาตุภูมิของพวกเขา นั่นเอง ซึ่งจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ขยายอิทธิพลรุกคืบเข้าไปยังปากีสถานในมิติต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นทางการทหาร การทูตกับดักเงินกู้ ผ่านข้ออ้างความช่วยเหลือการเงิน เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของปากีสถาน แต่ก็แลกมาด้วยกลุ่มทุนจีนเข้าไปฉกฉวยหาผลประโยชน์ในปากีสถาน พร้อมกับหนี้สินของประเทศก้อนโต แต่ที่ทำให้ปากีสถาน ไม่ผิดอะไรกับการเป็นส่วนหนึ่งของทางผ่านโดยทางการจีน ก็เห็นจะเป็นเรื่องใช้อภิมหาโครงการ “เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21” หรือที่หลายคนเรียกันคุ้นปากว่า “วันเบลท์ วันโรด (One Belt One Road)” คือ “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ “หนึ่งแถบ หนึ่งถนน” ที่จีนแผ่นดินใหญ่ สามารถเพ่นพ่านเข้า-ออกปากีสถาน เพราะถนนเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีนแผ่นดินใหญ่ลากผ่าน เชื่อมทางสัญจรไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งในภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง

โดยเครือข่ายตาลีบันในปากีสถาน ประกาศศักดาว่าจะหมายตาถล่มโจมตีการก่อสร้างในอภิมหาโครงการนี้ รวมถึงการสังหารและลักพาตัวของชาวจีนที่เข้ามาในพื้นที่อิทธิพลของพวกเขาในปากีฯ

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้าที่กลุ่มเครือข่ายต่างๆ จะมารวมตัวกันนั้น ทาง “ทีทีพี” ก็ได้สร้างวีรกรรมด้วยการเข่นฆ่า และลักพาตัวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาในเขตจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา และจังหวัดบาลูจิสถาน มาหลายครั้งหลายหนแล้ว จนทางการจีนต้องหารือกับทางกาปากีสถาน ในฐานะปัญหาจากกลุ่มก่อการร้ายที่เขย่าด้านความมั่นคงในพื้นที่ดังกล่าวกันก่อนหน้า

นอกจากเรื่องถูกอิทธิพลจากจีนขยายเข้ามาแล้ว เหตุปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้มารวมตัวกันต่อต้านจีน ก็คือ เรื่องที่ทางการจีนกระทำทารุณกรรมต่อชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นพวกมุสลิมเฉกเช่นเดียวกับพวกเขา ซึ่งมีถิ่นอาศัยในเขตมณฑลซินเจียง

จะเรียกว่า ล้างแค้นเอาคืนจีนแผ่นดินใหญ่ก็มีผิด โดยประเด็นความเกรี้ยวกราดโกรธาต่อจีนที่ทารุณกรรมต่อชาวอุยกูร์นั้น ก็ยังทำให้ข้อเสนอสนับสนุนด้านการเงินแก่เครือข่ายตาลีบันในปากีสถาน ที่จีนแผ่นดินใหญ่หยิบยื่นให้ไป เพื่อแลกกับการไม่ถูกตามราวีจากเครือข่ายก่อการร้ายเหล่านี้ ยังไม่สัมฤทธิ์ผลอีกประการหนึ่งด้วย