นายวสันต์ นุ้ยภิรมย์ อธิบดีกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเอ็ดเวิร์ด กิตติ ประธานมูลนิธิช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ร่วมแถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมผ้าไหมไทย จากชุมชนสู่สากล” เพื่อเผยแพร่ให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้รู้ถึงคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของผ้าไหมไทย และเพิ่มรายได้เกษตรกรกลุ่มทอผ้าไหมมากยิ่งขึ้น

นายวสันต์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ประกอบกับรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดการบริหาร สถานการณ์ฉุกเฉิน พศ. 2548 เพื่อแก้ไขปัญหาและหยุดยั้ง การแพร่ระบาดของเชื่อดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตสินค้าหม่อนไหม ที่ขาดโอกาสและไม่มีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า

" ปัจจุบันสถานการณ์การระบาดในประเทศไทยเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น รัฐบาลได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงถือเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดผ้าไหมให้ผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นอีกภารกิจที่ต้องดำเนินโดยเร่งด่วน ซึ่งกรมหม่อนไหมมีวิสัยทัศน์ ในการเป็นองค์กรชั้นนำด้านหม่อนไหม เพื่อพัฒนาไหมไทยอย่างยั่งยืนสู่สากล" นายวสันต์ กล่าว

นายวสันต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการแสดงแฟชั่นโชว์ชุดเสื้อผ้าออกแบบโดยดีไซน์เนอร์นานาชาติวันละ 2 รอบและบูธแสดงสินค้าจากเกษตรกร กลุ่มผู้ทอผ้าไหมและผู้ประกอบการผ้าไหมโดยตรง จำนวน 50 บูธ และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ้าไหมไทยให้มากขึ้น

งาน “มหกรรมผ้าไหม จากชุมชนสู่สากล" จัดขึ้นในวันที่ 18-20 ก.ย. 63 ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าแจ้งวัฒนะ ซึ่งภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการชุดผ้าไหมขุดออกแบบโดยดีไซน์เนอร์กว่า 35 ประเทศ และนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีการทอผ้าไหมไทย