เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563 พลเรือตรี สมพงษ์ ศรอากาศ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อย ตามลำแม่น้ำโขง นครพนม (นรข.) มอบหมายให้ น.อ.สุรศักดิ์ สุวรรณเกษา ผบ.นรข.เขตนครพนม พร้อมด้วย น.ท.วีระวัฒน์ ยะโสธร หัวหน้าสถานีเรือ นรข.นครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แถลงการณ์ตรวจยึดรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติ จำนวน 2 คัน มี รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้แค็ป สีน้ำตาล ทะเบียน ณย.3150 กทม. และ รถยนต์กระบะโตโยต้า เรโว่ แค็ป สีเทา ทะเบียน บม.9994 ประจวบคีรีขันธ์ ดดยตรวจยึดได้ หลังมีการสืบทราบว่า จะมีขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ นำรถยนต์ที่ได้จากการโจรกรรม นำมาพักไว้ในพื้นที่ อ.เมืองนครพนม เพื่อรอจังหวะขนส่งข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจากสถติการจับกุม จะมีการนำมาพัก ก่อนนำไปลงเรือหางยาวต่อเป็นแพ บรรทุกข้ามไปขายยัง สปป.ลาว จนกระทั่งสามารถสืบสวนตรวจยึดได้ หลังขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ ฉวยโอกาสนำรถยนต์ ทั้ง 2 คัน ไปพักไว้ในที่จอดรถของโรงพยาบาลนครพนม เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เลี่ยงการจับกุม จนกระทั่งมีการตรวจสอบยืนยัน ว่าไม่มีเจ้าของ จึงเข้าตรวจยึดมาตรวจสอบ แต่ไม่พบผู้กระทำผิด

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่ารถยนต์ ทั้ง 2 คัน เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมา คาดว่าขบวนการโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ นำมาพักรอการส่งข้ามไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยจะมีการซื้อขายกันราคาคันละประมาณ 2 -3 แสนบาท นอกจากนี้จากการตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงข้อมูลการจับกุมที่ผ่านมา รถยนต์ส่วนใหญ่ที่เตรียมส่งข้ามไปขายประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว จะเป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า เพราะเป็นที่นิยมของตลาด ซื้อขายงาน

สำหรับที่มาจะมีทั้งมาจากการโจรกรรม รวมถึง รถยนต์ที่ค้างชำระค่างวด ในสัญญาเช่าซื้อ และหนีไฟแนนซ์ ก่อนที่จะมีการเข้าสู่กระบวนการจำนำในราคาถูก ไปจนถึงขบวนการหลอกดาวน์ราคาต่ำ และนำส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะมีนายทุนในพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำหน้าที่ติดต่อซื้อขาย กับขบวนการค้ารถยนต์ข้ามชาติ ที่ใช้ความชำนาญในการลักลอบขนส่งข้าม ที่สำคัญจะมีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้เอื้อต่อการลักลอบข้ามส่งไปขาย ทำให้มีการตรวจยึดบ่อยครั้ง โดยทาง นรข.นครพนม ได้ มีมาตรการเข้มต่อเนื่อง ในการสกัดกั้นจับกุม ในพื้นที่ตามแนวชาวแดน ติดกับแม่น้ำโขง ซึ่งในการตรวจยึดครั้งนี้ จะได้ตรวจสอบหาเจ้าของ เพื่อสอบสวนขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป