เสรี พงศ์พิศ
www.phongphit

เมื่อปีที่แล้วได้มีการฉลองและรำลึกถึง 500 ปีของการจากไปของเลโอนาร์โด ดาวินชี ผู้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มีความสามารถขั้นเทพหลากหลายจนได้รับการยกย่องว่าเป็น “อัจฉริยะสากล” (Universal Genius)

ปีนี้เป็นปีที่ 500 ของการจากไปของราฟาแอล ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ชาวอิตาเลียน (1483-1520) ด้วยอายุเพียง 37 ปี แต่มีผลงานที่เลื่องลือโดยเฉพาะที่วาติกัน จนมีการขนานนามว่าเป็น “ศิลปินเทพ” (Il divino) ที่นักประวัติศาสตร์บางคนยกให้เป็นจิตรกรที่คนรักมากที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์

ทั้งนี้เพราะงานของราฟาแอลโดดเด่นในความละเอียดอ่อนและความสมดุล และได้รับการยอมรับว่าเป็นต้นแบบของจิตรกรรมในศตวรรษที่ 17-18 แม้ว่าระหว่างมีชีวิตอยู่นั้นจะไม่โด่งดังเท่าเลโอนาร์โด ดาวินชี และมิเกลันเจโล ซึ่งมีอิทธิพลต่อภาพวาดของเขาไม่น้อย

เลโอนาร์โด ดาวินชี (1452-1519) มิเกลันเจโล (1475-1564) และราฟาแอล (1483-1520) ได้รับการยกย่องว่าเป็น 3 ศิลปินเอกของยุคฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรม (Renaissance) ระดับ “ตรีเทพ” เลยทีเดียว

นอกจากภาพโมนาลิซา ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ที่ปารีส และ “อาหารค่ำมื้อสุดท้าย” (The Last Supper) จิตรกรรมฝาผนังที่มิลานแล้ว เลโอนาร์โด ดาวินชี ยังเป็นผู้ค้นคิดนวัตกรรมหลายอย่างที่เป็นรากฐานให้สิ่งที่เราเห็นทุกวันนี้ เช่น เครื่องบิน รถเกราะ พลังแสงอาทิตย์ เครื่องบวกเลข บางคนยกให้เขาเป็นคนคิดรูปแบบเฮลิคอปเตอร์และรถถังด้วย

Mona Lisa หรือ La Gioconda ในอีกชื่อหนึ่ง (แปลว่าผู้มีความสุข นามสกุลเมื่อแต่งงาน) เป็นภาพสตรีที่มีรอยยิ้มสวยที่สุดในโลก เป็นภาพที่ผู้เรียนสุนทรียศาสตร์ทั่วโลกต้องได้ศึกษาองค์ประกอบของสิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะ” และ “ความงาม” จากภาพอันเป็นอมตะนี้

ราฟาแอลอายุน้อยกว่าเลโอนาร์โด ดาวินชี 31 ปี (แต่ตายไล่หลังรุ่นพี่เพียงปีเดียว) ได้รับอิทธิพลในรูปแบบจิตรกรรม นับถือเป็นอาจารย์ใหญ่คนหนึ่ง จนนำเอาใบหน้าของเลโอนาร์โด ดาวินชีไปเป็น “เพลโต” ผู้เป็นศูนย์กลางของนักปราชญ์ในภาพโรงเรียนแห่งเอเธนส์ (School of Athens) ในวังวาติกัน

ส่วนมิเกลันเจโล ที่อายุมากกว่าราฟาแอล 8 ปี ราฟาแอลใช้ใบหน้าของเขาเป็นเฮราคลีตุส นักปรัชญากรีกอีกคนหนึ่ง ที่โด่งดังด้วยแนวคิดที่หลากหลายคล้ายมิเกลันเจโล นับเป็นการให้เกียรติ แม้ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ค่อยดีนัก ประหนึ่งเป็นคู่แข่งที่ต่างก็เป็นที่รักและชื่นชอบของโป๊ป แม้ว่าจะทำงานด้วยกันในวังวาติกัน (แต่เคยพบกันเพียงครั้งเดียว) โดยได้รับมอบหมายจากพระสันตะปาปาจูเลียสที่ 2 ให้วาดภาพฝาผนังคนละที่

มิเกลันเจโลที่โบสถ์ซิกซ์ติน โด่งดังด้วยภาพการสร้างโลก พระเจ้าทรงสร้างอาดัม (The Creation) บนเพดาน และการพิพากษาครั้งสุดท้าย (Last Judgement) บนผนังใหญ่ โบสถ์ซิกซ์ตินเป็นโบสถ์ของโป๊ปภายในวังวาติกัน เป็นที่ประชุมเพื่อเลือกพระสันตะปาปา

ส่วนราฟาแอลได้วาดภาพในห้องสมุดของโป๊ป ห้องที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ลงนามข้อตกลงหรือเอกสารสำคัญของพระศาสนจักรคาทอลิก ผนังอันกว้างใหญ่เป็นภาพของโรงเรียนแห่งเอเธนส์

มิเกลันเจโลบอกว่า ราฟาแอลลอกงานของเขา ที่จริงน่าจะถือว่าได้รับอิทธิพลจะดีกว่า ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ราฟาแอลก็ได้พัฒนาเอกลักษณ์ของตนที่แตกต่างไปจากทั้งเลโอนาร์โด ดาวินชี และมิเกลันเจโล

ภาพโรงเรียนแห่งเอเธนส์ คือภาพนักปราชญ์ในสาขาต่างๆ โดยมีนักปรัชญาเป็นศูนย์กลาง คือ เพลโต อริสโตเติล และโสคราติส มีคนอื่นๆ อีกรวมทั้งหมด 49 คน ผู้เป็นปราชญ์แห่ง 7 ศิลปศาสตร์ ที่แบ่งเป็นสองสายใหญ่ ประกอบด้วยจัตรวาศิลป์ (ทางสี่สาย) ได้แก่ เลขคณิต, เรขาคณิต, ดนตรี, ดาราศาสตร์ และตรีศิลป์ (ทางสามสาย) ได้แก่ ไวยากรณ์ (ภาษา), ตรรกวิทยา, วาทศิลป์

ราฟาแอลมีภาพใบหน้าของตนเองในโรงเรียนแห่งนี้ด้วย โดยเป็น Apelles จิตรกรชาวกรีกในยุคแรก ขณะที่นักปราชญ์ทุกคนในโรงเรียนเอเธนส์นี้ล้วนเป็นใบหน้าของคนที่มีชื่อเสียงร่วมสมัยของราฟาแอลทั้งสิ้น ยกเว้นโสคราติส ซึ่งไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด หรืออาจยกเว้นให้ในฐานะ “อาจารย์ใหญ่” ของนักปรัชญาทั้งปวงก็เป็นได้ จึงได้ขอจินตนาการเอาเอง

ปีนี้มีการแสดงภาพของราฟาแอลในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก บ้านเราไม่มี ลองค้นในกูเกิ้ลดูผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี มิเกลันเจโล และราฟาแอล รวมทั้งข้อมูลชีวิตและผลงานของอัจฉริยะศิลปินสากล 3 ท่านนี้

คนไทยก็มีศิลปินมากมายในประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีชาวอิตาเลียนอย่างคอร์ราโด เฟโรชี (2435-2505) ที่ได้สัญชาติไทยและชื่อไทย คือ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งต่อมาคือมหาวิทยาลัยศิลปากร และท่านเป็นอธิการบดีคนแรก

อาจารย์ศิลป์ คือ ประติมากรจากเมืองฟลอเรนซ์ บ้านเดียวกับเลโอนาร์โด ดาวินชี มิเกลันเจโลและราฟาแอล ผู้สืบสานและเชื่อมจิตวิญญาณและทักษะศิลปะอิตาเลียนกับไทย ผสานภูมิปัญญาตะวันตกกับตะวันออกอย่างลงตัว เราจึงได้เห็นผลงานประติมากรรมอันวิจิตรงดงามมากมายของท่าน เช่น

พระพุทธรูปประธานที่พุทธมณฑล, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ที่วงเวียนใหญ่, พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีที่นครราชสีมา และพระบรมราชานุสาวรีย์ของกษัตริย์ไทยอีกหลายพระองค์

และผลงานที่ยิ่งใหญ่ของศิลปินไทยหลายคนทั้งจิตรกรรมและประติมากรรมซึ่งล้วนเป็นศิษย์ของท่าน