นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ยังมีการจัดเก็บรายได้ในส่วนอื่นๆ ที่ทำได้สูงกว่าเป้าหมายเข้ามาชดเชย เช่น รายได้จากรัฐวิสาหกิจ ขณะที่เงินคงคลังมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 3 แสนล้านบาท เมื่อรวมแล้วก็เป็นไปตามเป้าหมาย ไม่มีปัญหา กระทรวงการคลังถังไม่แตกแน่นอน ตอนนี้การจัดเก็บรายได้ไม่เข้าเดือน ก.ย. ก็เลื่อนไปเดือน ต.ค.-พ.ย.63 เป็นผลดีกับการจัดเก็บรายได้ในปี 2564 แทน

อย่างไรก็ดี ในส่วนเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2564 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนเหมือนที่ยื่นสภา แต่เมื่อถึงเวลามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงก็สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมได้ แต่ต้องดูตามความจำเป็นและเหมาะสม

โดยปีนี้ยอดจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเรื่องปกติ ส่วนปีหน้าหากรัฐบาลมีการเปิดกิจกรรมประเทศเร็วขึ้น ทุกอย่างก็จะดีกว่าปีนี้ เพราะปีนี้ไทยปิดการเข้าออกประเทศตั้งแต่ ก.พ.63 ยาวจนมาถึงปัจจุบัน ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมานาน แต่ปีหน้าเชื่อว่าจะมีวัคซีนออกมา สถานการณ์ทุกอย่างจะดีขึ้น ที่มองว่าแย่อยู่ในตอนนี้ก็จะดีขึ้นเอง เหมือนตัวเลขส่งออกที่ช่วงแรกประเมินว่าจะแย่มาก แต่จริงๆออกมาลดลงไปแค่ 9% ถือว่าดี ขณะที่ราคาน้ำมันหายไปเกินกว่าครึ่ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น ไทยขาดแค่เรื่องเดียวคือเรื่องท่องเที่ยว ถ้าทำให้เกิดได้ หรือเปิดให้ประเทศที่ไม่มีการติดโควิด-19 แล้วเข้ามา เช่น จีน ไต้หวัน เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ เป็นต้น เข้ามาจะทำให้เกิดเงินสะพัดลงสู่เศรษฐกิจฐานราก

ขณะที่งบประมาณรายจ่ายปี 2564 นั้น คาดว่าจะล่าช้าเพียงเดือนเดียวเท่านั้น ไม่มีผลกระทบอะไร โดยเฉพาะกับภาพรวมการลงทุนของรัฐบาล เพราะการลงทุนจะมีกระบวนการประมูลงาน ซึ่งจะใช้เวลา 2-3 เดือนอยู่แล้ว ดังนั้นแม้งบประมาณปี 2564 ล่าช้าก็ไม่มีปัญหาในส่วนนี้

สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณของรัฐบาลมีความล่าช้า 2 ปีติดต่อกันนั้น ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า เป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม แต่อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวไม่มีผลต่อการใช้จ่ายของรัฐบาลในการส่งเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ และการลงทุน เพราะช้าเพียงเดือนเดียวไม่มีผลกระทบอะไร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีการพิจารณาวาระ 2-3 วันที่ 16-17 ก.ย.นี้

ส่วนกรณีการจ่ายเบี้ยคนชราและคนพิการที่ล่าช้า ไม่อยากให้มองโลกในแง่ร้ายว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะจริงๆเป็นการจ่ายที่ล่าช้าแค่อาทิตย์เดียว ซึ่งเกิดจากกระบวนการทางงบประมาณที่ต้องนำงบส่วนอื่นมาชดเชย และการคำนวณจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในรายละเอียดไม่ได้มีผลกระทบอะไร ยังสามารถเบิกจ่ายได้เหมือนเดิม ส่วนในเดือน ต.ค.63 ที่จะมีการปรับเพิ่มเบี้ยคนชรานั้น ยืนยันว่ารัฐบาลมีเงินเพียงพอ ไม่มีปัญหาในส่วนนี้อย่างแน่นอน โดยในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว

โดยเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของปีงบประมาณ 2564 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนเหมือนที่ยื่นสภาฯ แต่เมื่อถึงเวลามีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงอะไรก็สามารถปรับปรุงให้สอดคล้องและเหมาะสมได้ แต่ต้องดูเป็นช่วงๆตามความจำเป็นและเหมาะสม