วันที่ 8 ก.ย.63 ที่อาคารอเนกประสงค์หมู่บ้านห้วยขม หมู่ 1 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงราย พร้อมด้วย พันเอก พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะง หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.จ.ชร นายมานพ คำบุญเรือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแม่ยาว นายเดช จิ่งมาดา กำนันตำบลแม่ยาว นายประวิต ธุระวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 นายอาเกอะ มาเยอะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ตลอดทั้งชาวบ้านตำบลแม่ยาว ได้ร่วมกันเปิดแถลงข่าวเพื่อยืนยันไม่มีการนำเข้าบุคคลต่างด้าวติดเชื้อ Covid-19 เข้ามาในพื้นที่ตามที่มีการแพร่ข่าวปลอมแต่อย่างใด จากกรณีมีผู้นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ในระบบคอมพิวเตอร์ว่า มี "ชาวเมียนมาลักลอบหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย 8 ราย ติดเชื้อ Covid-19 ทุกคน มาพักพิงกับญาติในหมู่บ้านห้วยขม หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย และถูกจับไปกักตัวในค่าย" ซึ่งได้มีการแชร์ส่งต่อกันไปอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ประชาชนเกิดความสับสนและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก และก่อให้เกิดความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวาง พันเอก พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย พร้อม นายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงราย เปิดเผยว่า จากข่าวปลอมที่มีการเผยแพร่ออกมานั้น สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย อีกทั้งส่งผลกระทบทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ซึ่งฤดูหนาวที่จะถึงนี้เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัด อาจทำให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนจะมาเที่ยวในจังหวัดเชียงรายขาดความเชื่อมั่นได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านตำบลแม่ยาว ที่ปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดเชียงรายมาอย่างเข้มข้นเคร่งครัดโดยตลอด เพื่อรักษามาตรฐานทางการสาธารณสุข จึงได้จัดแถลงข่าวโดยเปิดเผยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักเที่ยว และให้ข้อเท็จจริงตอบโต้การยุยงปลุกปั่นให้สาธารณชนเกิดความสับสน การจัดการแถลงข่าวนี้ จึงยืนยันได้ว่าที่บ้านห้วยขม ตำบลแม่ยาว รวมถึงทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย ไม่มีบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่ลักลอบเข้ามาอาศัยอยู่กับญาติโดยผิดกฎหมายดังกล่าว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย (นายประจญ ปรัชญ์สกุล) ได้สั่งการพร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจตรา และคุมเข้มพื้นที่ชายแดนที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด โดยเฉพาะพื้นที่เชื่อมต่อกับสหภาพเมียนมาร์ หากมีการลักลอบเข้ามาจะถูกจับกุมและทำการผลักดันออกไปทันที จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการของจังหวัดเชียงรายที่เฉียบขาดนี้ด้วย ด้าน พันเอก พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย กล่าวยืนยันด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีการรับผู้ติดเชื้อ Covid-19 เข้ามารักษาในค่าย เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นโรคควบคุม ต้องรักษาในโรงพยาบาลที่มีห้องความดันลบปลอดเชื้อ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า "ไม่มีการรับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในค่ายทหารโดยเด็ดขาด" ด้านนายประวิต ธุระวร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 กล่าวด้วยว่า รู้สึกเสียใจและเสียความรู้สึกเป็นอย่างมากต่อข่าวที่ออกมา เพราะตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อ Covid-19 ก็ได้สำรวจและกำชับกับลูกบ้านห้ามนำญาติจากสหภาพเมียนมาร์เข้ามาอาศัยในหมู่บ้านโดยเด็ดขาด โดยคำนึงความปลอดภัยของชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นสำคัญ ซึ่งชาวบ้านตำบลห้วยขมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และยินดีพร้อมใจกันปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดตลอดมา ยืนยันได้ว่า "ที่บ้านห้วยขมนี้ไม่มีต่างด้าวลักลอบมาอาศัยอยู่แน่นอน" นายสมกิจ เกศนาคินทร์ นายอำเภอเมืองเชียงราย ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้นำเข้าข่าวปลอมดังกล่าวให้ถึงที่สุด และเหตุการณ์นี้อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างต่อสังคม ก่อนจะโพสต์หรือแชร์ข่าวใด ๆ ควรมีการตรวจสอบให้ดีก่อน เพราะผลที่ตามมาจากข่าวปลอมนั้นส่งผลกระทบมหาศาล รวมทั้ง บทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงอีกด้วย สำหรับการแพร่ข่าวปลอมจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ระวางโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับ 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ