วันที่ 20 มิถุนายน 2560 ห้องศรียานนท์ / สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา (สบ 10), พล.ต.อ. เดชา ชวยบุญชุม ที่ปรึกษา (สบ 10) และทีมงานสืบสวนสอบสวน รับมอบตัว นาย วัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2560 โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารได้สืบสวนสอบสวน ติดตามจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นมาแต่ละครั้งน้อยครั้งนัก ที่จะจับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ แต่วันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ เชื่อว่าศักยภาพการ
ทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั้นสามารถปกป้องดูแลพี่น้องประชาชนได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุระเบิดแต่ละครั่ง ผู้สื่อข่าวมักจะถามว่าเกิดเหตุระเบิดเพราะอะไร และอาจสงสัยว่า ทำกันเอง
หรือเปล่า แต่วันนี้เป็นคำตอบที่ดีสำหรับพี่น้องประชาชนซึ่งคดีเหตุระเบิดอย่างนี้เราเคยสืบสวนติดตามจับกุมมาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ การทำงานของชุดสืบสวนและสอบสวน
ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเราสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรเดช ผบก.ส.4 กล่าวว่า จากเกิดเหตุระเบิดขึ้นทั้ง 3 จุดใน กทม. ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้
พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะทำงานชุดสืบสวน ตามคำสั่งที่ 236 /2560 มี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และพล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษา สบ 10 การทำงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกด้านนิติวิทยาศาสตร์ เก็บตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ โดยเฉพาะเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในปีพ.ศ 2560 ทั้ง 3 คดีที่กองสลาก โรงละครแห่งชาติ และ รพ.พระมงกุฏ แล้วนำมาวิเคราะห์ ซึ่งส่วนแรกเคาะแล้วว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยเฉพาะสวิตซ์ไฟฟ้าและสวิตซ์ปิด เปิด และ IC Summer สายไฟฟ้าลักษณะการต่อ และแผงวงจรปิดซึ่งประกอบไปด้วย ตัวต้านทานและตัวประจุ ตัวต้านทานและตัวประทุไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะตรงกันทั้ง 3 คดี และตรงกับเหตุการณ์ในปีพ. ศ. 2550 ซึ่งมีความเกี่ยวพันกันในเรื่องของสวิตซ์ไฟฟ้า และสวิตซ์ปิด เปิด และ IC Summer สายไฟฟ้า หลังจากที่รวบรวม พยานหลักฐานแล้วชุดสืบสวน เบื้องต้นยังไม่มีความชัดเจนนัก จึงหาข่าวจากบุคคลต้องสงสัย จากทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มการเมือง และตรวจ
สอบกล้องวงจรปิดหลายร้อยตัวเพื่อหาตัวบุคคลที่ต้องสงสัยในเบื้องต้น กระทั่งพบภาพของนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 62 ปี อดีตวิศวกรไฟฟ้า ผู้ต้องหา ถ่ายภาพเซลฟี่ เป็นภาพถือ
แจกัน ยืนติดอยู่บริเวณข้างขวาตรงจุด ที่เกิดเหตุจุดระเบิด ซึ่งชุดทำงาน ได้เปรียบเทียบ ด้วยความรู้ความสามารถ สามารถตรวจสอบ หาตัวผู้กระทำความผิดในระยะเวลาสั้น จากหลักร้อยหลักสิบ จนกระทั่งพบบุคคลต้องสงสัย ก็คือผู้ต้องหารายนี้ จากนั้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารเชิญตัวนายวัฒนา มาสอบสวนปากคำ เบื้องต้นนายวัฒนา ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อมบ้านพักและตรวจค้น พบอุปกรณ์ในการประกอบระเบิด พร้อมอาวุธปืน และเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุ ซึ่งปรากฏในกล้องวงจรปิด จากนั้นจึงทำการสอบสวนนายวัฒนา
เป็นครั้งที่ 2 นายวัฒนาให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุทั้งหมด ในคดีปี พ.ศ. 2560 และปีพ.ศ 2550 อีก 3 คดี

ในสวนของพนักงานสอบสวนได้มีการประชุมเร่งรัด จับกุม ประกอบกับคำ ให้การรับสารภาพของนายวัฒนา ประกอบหลักฐานที่ตรวจพบในที่เกิดเหตุเป็นเหตุให้เชื่อว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริงจึงขออนุมัติหมายจับกุมจากศาลอาญา เข้าทำการจับกุมนายวัฒนา ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 5 คดีคดีของกองสลาก,หน้าโรงละคร ,โรงพยาบาลพระมงกุฎ และคดีที่ตรวจพบของกลางในบ้านพัก คือดินระเบิด และอีก 2 คดีคือที่บริเวณราชวิถี และ หน้ากองทัพบก ซึ่งการเสนอขออนุมัติหมายจับกุมเพิ่มต่อศาลวันนี้คาดว่าศาลคงจะอนุมัติหมายจับออกมา ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา มาส่งมอบให้กับสำนักงานแห่งชาติ

นายวัฒนา กล่าวว่า ผมต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนคนไทย ไว้ที่นี้ เนื่องจากปีพ. ศ. 2550 2560 ผม มีแรงบันดาลใจคือผมเป็นประชาชนคนธรรมดา ที่ไม่เห็นด้วยจากการทำปฏิวัติ ทำให้ประเทศชาติสู่ความหายนะ ทุกครั้งการวางระเบิดยักของผมจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกประชาชนหรือทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ และทำเป็นเชิงสัญลักษณ์การต่อต้านรัฐบาล ที่มาจากการปฏิวัติ
รัฐประหาร ผมไม่ใช่สร้างความปั่นป่วน แต่ต้องการส่งเสียงให้รัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรับทราบ ว่าประชาชน ไม่ต้องการรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติ ผมต้องขอโทษและไม่มีเจตนาที่จะคิดทำร้ายผู้ใด ที่การกระทำก่อให้เกิดการบาดเจ็บ มากและน้อยผมขออภัยจริงๆขอยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมทำคนเดียว ไม่มีบุคคลใดร่วมทำการทั้งสิ้น และการกระทำทั้งนี้ถือว่าเป็นการ
กระทำสุดท้ายไม่มีการกระทำก่อเหตุที่ใดอีก สวนอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุจะเป็นอุปกรณ์ที่จัดวางในทางเทคนิค โดยมีมูลค่าราคาไม่แพงอยู่ในการกระทำการแต่ครั้งละไม่เกิน 50 บาท มันไม่ใช่ระเบิดแต่เป็นประทัดยักษ์เท่านั้น
ถามว่าทำไมถึงเกลียดทหาร

นายวัฒนา กล่าวว่า ผมเองไม่เกลียดทหาร แต่ผมไม่ชอบทหารบางท่าน ใช้ประชาชนเป็นเส้นทาง ขึ้นสู่อำนาจ นอกจากนี้ยังเคย ร่วมชุมนุมทั้งสองกลุ่ม ไปในนามประชาชนซึ่งต้องการฟังข้อมูลทั้งสองด้านขอยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้ไม่มีผู้ใดสนับสนุนทั้งสิ้น

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวอีกว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือมายังประชาชน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบวัตถุต้องสงสัย เช่น กระเป๋า กล่อง หรือถุงสัมภาระที่ไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ และถูกวางทิ้งไว้เป็นเวลานานผิดปกติ หรือพบเห็นวัตถุคล้ายระเบิด ห้ามทำการเคลื่อนย้าย แล้วให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเข้าไปตรวจสอบโดยเร็วตลอดจนหากทราบข้อมูลเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือผู้ต้องสงสัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกำลังจะก่อเหตุที่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว สามารถโทรศัพท์แจ้งมาที่สายด่วนหมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง