ตีโฉบฉวย / เสือตัวที่ 6

ท่ามกลางข้อมูลที่มีมากมายทั้งจากงานข่าวของหน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐในพื้นที่ปลายด้ามขวาน รวมทั้งผลงานทางวิชาการที่มีความน่าเชื่อถือสูงเพราะเป็นผลงานหรือข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยจากนักวิชาการหลากหลายสำนักมาเป็นระยะเวลานาน ล้วนบ่งชี้อย่างชัดเจนว่า ขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐ มีการหล่อหลอมกล่อมเกลา บ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกแตกต่าง รวมทั้งสร้างวาทกรรมเพื่อมุ่งให้เกิดความเคียดแค้นชิงชังอย่างฝักรากลึกในมโนสำนึกหรือใน DNA ของคนที่เป็นเหยื่อ ให้มีวิธีคิด แนวคิด ความเชื่อทั้งหลายมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการแยกตัวเองออกมาจากรัฐไปสู่รูปแบบการปกครองกันเอง โดยร่วมกันต่อสู้กับรัฐในทุกรูปแบบ เกิดขึ้นในกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อให้เป็นมวลชนคนรุ่นใหม่ ร่วมสานต่อเจตนาในการแยกตัวเป็นอิสระจากรัฐให้จงได้ไม่วันใดก็วันหนึ่งในวันข้างหน้า

จากข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงตลอดห้วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ต่างยืนยันสอดคล้องกับข้อค้นพบจากงานวิจัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นแนวทางอันเดียวกับพฤติกรรมการแสดงออกถึงการต่อต้านรัฐ จากกลุ่มเยาวชนนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่แห่งนี้ ที่มักแสดงออกในเชิงเห็นต่างจากรัฐ ที่เลยเถิดไปถึงขั้นการเรียกร้องเอกราชรัฐปาตานีอย่างสุดโต่ง ทั้งยังสอดรับกับพฤติกรรมการก่อเหตุรุนแรงเกือบทุกครั้งที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากวิธีคิดสุดโต่งของคนกลุ่มหนึ่งที่นิยมความรุนแรง ใช้กำลังเข้าปั่นทอนฝ่ายรัฐตลอดมา

ล่าสุด เมื่อมีปรากฏการณ์การเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาหรือลาออก จากกลุ่มนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศในขณะนี้ ก็เป็นกระแสให้เยาวชนนักศึกษาในพื้นที่ใช้โอกาสนี้ เรียกร้องให้รัฐปาตานีแยกตัวเป็นอิสระอย่างผิดปกติ ด้วยสิ่งที่เรียกความสนใจใครหลายคนมากไปกว่านั้น ก็คือมีกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ถือโอกาสทำกิจกรรม จากชายหนุ่มสวมหน้ากากอนามัยยืนถือป้ายที่อ่านเผินๆ ได้ความว่า "PATANI MERDEKA" ซึ่งหมายถึง "เอกราชปาตานี" แทรกปนไปกับป้ายอื่นๆ ที่มุ่งประเด็นการเมือง เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกบ้าง ยุบสภาบ้าง แก้รัฐธรรมนูญบ้าง ด้วยตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา คำว่า "PATANI MERDEKA" เป็นวลีที่ปรากฏบนป้ายผ้า รวมทั้งถูกพ่นสีเป็นตัวอักษรดังกล่าวตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่กับการใช้ความรุนแรงทุกรูปของกลุ่มคนกองกำลังติดอาวุธของขบวนการที่ถูกสร้างมาให้หล่อเลี้ยงสถานการณ์ความรุนแรงให้ยังคงปรากฏในสายตาชาวโลกตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ปรากฏการณ์การชูป้ายผ้าเรียกร้องเอกราชปาตานีครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะผลพวงของการหล่อหลอมกล่อมเกลา สอดแรกแนวคิดสุดโต่งผ่านวาทกรรมของแกนนำขบวนการและนักจัดตั้งมวลชนของขบวนการระดับนำ ได้ดำเนินการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกแตกต่างดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีอย่างเป็นขบวนการ โดยเฉพาะในสถานศึกษาทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ไปจนถึงระดับสูงขั้นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยหรือในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในพื้นที่อย่างแยบยลยิ่ง

กิจกรรมโหนกระแสการเรียกร้องทางการเมืองของบรรดานักเรียน นักศึกษาในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ที่ดำเนินการร่วมใช้โอกาสนี้ ทำกิจกรรมเรียกร้องการปกครองกันเองของนักศึกษาแนวร่วมขบวนการแห่งนี้ นำโดยอดีตประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS (เปอร์มัส) นั้น เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลาการต่อสู้กับรัฐ ผ่านแกนนำนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ ด้วยนักศึกษากลุ่ม PerMAS (เปอร์มัส) นี้ ต่างรู้กันดีว่า เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีแนวคิดแตกต่างกับคนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างสุดโต่ง อันเป็นผลผลิตของกระบวนการบ่มเพาะแนวคิดแปลกแยกของขบวนการที่กระทำมาอย่างเป็นระบบและยาวนานในสถานศึกษาในพื้นที่ปลายด้ามขาน และครั้งนี้ มีผู้ที่เข้าร่วมม็อบเรียกร้อง ที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา มอ.ปัตตานี นักเรียนมัธยมทั่วไป

ข้อความบนป้ายของนักศึกษากลุ่มนี้ ที่นำโดยอดีตประธานสหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS (เปอร์มัส) สามารถแยกเป็น 2 ประโยค คือ PATANI want Peace ซึ่งแปลว่า ปาตานี หรือคนปาตานี ต้องการสันติภาพ กับอีกประโยคหนึ่งคือ MERDEKA itu indah เป็นภาษามลายู แปลว่า อิสรภาพ (เอกราช) คือสิ่งที่สามารถบ่งชี้อย่างชัดเจนยิ่งว่า ขบวนการแบ่งแยกผู้คนให้แปลกแยกแตกต่างจากกันทางความคิด ความเชื่อให้เกิดขึ้นในกลุ่มเยาวชนตนรุ่นใหม่ในพื้นที่แห่งนี้นั้น ยังคงมีอยู่จริงตามข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคง และผลงานจากการวิจัยหลายฉบับที่ค้นพบ

ปรากฏการณ์การเกาะกระแสเรียกร้องของบรรดากลุ่มนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ ถูกเบี่ยงเบนไปอยู่บนแนวทางการต่อสู้กับรัฐของขบวนการแบ่งแยกการปกครองอย่างแนบเนียน กระแสของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทั่วประเทศ มุ่งไปที่การยุบสภาหรือลาออก เพื่อต้องการเดินไปสู่อิสรภาพและความเท่าเทียมกันของคนในชาติโดยกำลังถูกเพ่งมองจากหลายฝ่ายว่า มีผู้ใหญ่คนใดหรือกลุ่มใด หล่อหลอมกล่อมเกล่าเยาวชนเหล่านั้นให้มีความคิดแปลกใหม่ ต่อต้านรัฐอย่างที่กำลังเกิดขึ้น

หากแต่เด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่เปิดหน้าสู้กับรัฐอย่างชัดเจนตลอดมา ให้เห็นว่าเยาวชนคนกลุ่มนี้มีความเห็นและคิดต่างจากรัฐและคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ อย่างกลุ่มสหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี หรือ PerMAS (เปอร์มัส) แล้ว ยังมีกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ยังแอบแฝงแทรกปนไปกับเยาวชนทั่วไป หากแต่มีความคิดต่างจากรัฐ และก้าวไปถึงขั้นคิดแปลกแยกแตกต่างอย่างสุดขั้ว ด้วยความเกลียดชังฝังรากลึก และพร้อมที่จะเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกการปกครองจากรัฐในทุกรูปแบบ และปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ จึงเป็นตัวชี้วัดที่บ่งชี้อย่างเป็นรูปธรรมว่า ความคิดต่าง แปลกแยกจากรัฐและคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ยังมีอยู่จริง และรอคอยโอกาสที่จะร่วมขบวนการร้ายแห่งนี้ เดินหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางที่ต้องการในอนาคต