ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้(31 ก.ค.) บมจ.การบินไทย จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 โดยมีพล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ประธานกรรมการบริษัท เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยกรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นจำนวนมากเข้าร่วมและให้ความสนใจสอบถามสถานะทางการเงินและแนวทางการฟื้นฟูกิจการของบริษัท

ทั้งนี้ภายหลังการประชุมนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดีบินไทย เผยว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ฝ่ายบริหารการบินไทยทั้งหมด เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการหลังจากการบินไทยประสบปัญหาต้องหยุดทำการบินจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ต้องเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจของการบินไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปี 2562 จากปัจจัยด้านราคาน้ำมันโลก และตั้งแต่ต้นปี 2563 ก็เผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระทบการบินทั่วโลก ทั้งนี้ยืนยันว่า การดำเนินการเพื่อฟื้นฟูกิจการของการบินไทย ซึ่งได้มีการยื่นรายชื่อผู้บริหารแผนต่อศาลล้มละลายกลางแล้ว โดยรายชื่อทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ล้วนเป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งอดีต รมว. และมีผลงานเป็นที่ยอมรับ ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยบริหารแผนฟื้นฟูให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อให้การบินไทย กลับมาเข้มแข็ง สามารถกลับมาประกอบการได้หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย และทั่วโลกมีวัคซีนออกมาป้องกันแล้ว

ส่วนประเด็นที่มีรายงานข่าวระบุว่า มีกลุ่มเจ้าหนี้ที่อาจจะยื่นคัดค้านให้การบินไทยเป็นผู้บริหารแผนนั้น นายชาญศิลป์ กล่าวว่า แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้เจ้าหนี้ทั้งหมดเห็นด้วยกับที่จะให้การบินไทยเป็นผู้บริหารแผน แต่อย่างน้อยการดำเนินการเจรจากับเจ้าหนี้ขณะนี้ ทั้งเจ้าหนี้ต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าเครื่องบิน เจ้าหนี้สหกรณ์ เจ้าหนี้หุ้นกู้ ซึ่งการบินไทยได้จัดเจ้าหนี้ที่โทรหาผู้ถือหุ้นกู้ทั้ง 2,000 ราย ซึ่งจนถึงขณะนี้การบินไทยมั่นใจว่า เจ้าหนี้มากกว่า 70 -80 เปอร์เซ็นต์ ให้การสนับสนุนให้การบินไทยบริหารแผน

"ยืนยันว่า การให้การบินไทยบริหารแผน ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะหากให้การบินไทยต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ต้องเอาทรัพย์สินขายเพื่อมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ และดูแลเพื่อเลิกจ้างพนักงานในส่วนนี้ เจ้าหนี้ก็จะได้รับเงินคืนตามสัดส่วนไม่เท่าไหร่"

ขณะที่ประเด็นเรื่องของเจ้าหนี้ต่างประเทศนั้น ในขณะนี้ผู้ที่ให้เช่าเครื่องบิน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของการบินไทยก็เข้าใจสถานการณ์ของธุรกิจการบินดี โดยทุกสายการบินทั่วโลกก็ต้องจอดเครื่องบิน ไม่ได้ทำการบินขณะนี้ ซึ่งเจ้าหนี้ทั้งหมดก็ให้การสนับสนุนยืดระยะเวลาการชำระหนี้ให้

นายชาญศิลป์ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่เจ้าหนี้ในบางประเทศที่ไม่ยอมรับกฎหมายที่ให้ระงับการชำระหนี้ชั่วคราวในช่วงที่อยู่ในแผนฟื้นฟู หรือ AUTO STAY นั้น จะมีปัญหากับการประกอบธุรกิจหรือไม่นั้น เรื่องนี้ฝ่ายการพาณิชย์จะต้องเป็นผู้พิจารณาว่ามีจุดหมายปลายทางใดไม่สามารถทำการบินไปได้ เพื่อป้องกันการยึดอายัดเครื่องบิน

"เรื่องของกระบวนการหลังจากนี้ เชื่อว่า วันที่ 17 สิงหาคม นี้ จะยังไม่ทราบผลการวินิจฉัยของศาล โดยคาดว่าใช้เวลาพิจารณาไต่สวนประมาณ 2 สัปดาห์ และเมื่อศาลมีคำสั่งให้การบินไทยบริหารแผนแล้วก็จะมีการประกาศในราชกิจจา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและเจ้าหนี้ทราบ ซึ่งหลังจากนั้น การบินไทยจะเปิดให้เจ้าหนี้ มาทำการขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับชำระคืนหนี้อีกครั้ง"

ประเด็นเรื่องความจำเป็นที่จะต้องกลับไปทำการบินเพื่อให้บริษัทกลับมามีรายได้นั้น นายชาญศิลป์ กล่าวว่า การจัดตารางการบิน และเส้นทางต่างๆ คาดว่าจะดำเนินการได้ และมีความสมบูรณ์ หลังวันที่ 17 ส.ค. เช่นเดียวกัน เพื่อรอให้กระบวนการของศาลและกฎหมายเกิดความชัดเจน เพราะหากจัดตารางการบินในขณะนี้ แต่สุดท้ายถ้าการบินไทยไม่ได้บริหารแผนก็ไม่เกิดประโยชน์

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance