"ส.ส. ดาวฤกษ์" ดันตั้ง "กมธ.ศึกษาปัญหาข้อบังคับกทม.ฯ"สำเร็จ ยกเป็นบันไดขั้นแรกการแก้ไขปัญหาหลังลงพื้นที่รับฟัง พร้อมเตรียมชง กมธ. ศึกษาปัญหาข้อบัญญัติกทม.ฯ พิจารณา”ผังเมือง กทม.” แก้ปัญหาความเดือดร้อนคนกรุงเทพ

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม.เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า หลังอภิปรายญัตติ ปัญหาพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตามโครงการหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุดต่าง ๆที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีคนดูแล เกิดความเหลื่อมล้ำทางสิทธิขั้นพื้นฐานทางสาธารณูปโภค แล้วยังได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา การบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

"พวกเรา ส.ส.ในนามกลุ่มดาวฤกษ์ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ยืนยันจะทำหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในการหารือ เพื่อแก้ไขข้อกฎหมาย และแก้ปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงเพื่อสิทธิพื้นฐานของคนเมือง"

นางกรณิศ กล่าวว่า พื้นที่ส่วนกลางและถนนตามโครงการหมู่บ้าน ที่ถูกทิ้งร้าง-ไม่มีนิติบุคคลดูแลแล้ว ถนนสัญจรเข้าออก อาคารชุด คอนโด อพาร์ตเมนท์ หรือ อาจจะรวมถึง พื้นที่หรือถนนส่วนบุคคลต่าง ๆ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ ประชาชนโดยทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน, สัญจรผ่านไปมาร่วมกัน, และได้รับผลกระทบจากการชำรุดทรุดโทรมด้วยกัน แต่ภาครัฐไม่สามารถนำงบประมาณ เข้าไปทำนุบำรุง ซ่อมแซม เพื่อสาธารณะประโยชน์ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไข ข้อกฏหมายและข้อจำกัดต่าง ๆในการใช้งบของภาครัฐเข้าไปทำนุบำรุง ซ่อมแซมได้

นางกรณิศ กล่าวด้วยว่า แม้บางกรณี พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร จะสามารถเปิดช่องให้ภาครัฐสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆเพื่อสามารถใช้งบประมาณเช้าไปดูแลซ่อมแซมได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ปล่อยให้ภาครัฐใช้งบประมาณซ่อมแซมจนแล้วเสร็จหรือจนพอใจแล้วค่อยมาอ้างกรรมสิทธิ์ ซึ่งก็มีหลายครั้งที่เกิดข้อพิพาทหยุดการก่อสร้างซ่อมแซม หรือ เจ้าของกรรมสิทธิ์กีดขวางเส้นทางเรียกเก็บค่าผ่านทางแทน ซึ่งประชาชนไม่ทราบหรือไม่เข้าใจถึงข้อจำกัดต่าง ๆดังกล่าว จนบ่อยครั้งเกิดข้อสงสัยและความไม่พอใจหน่วยงานภาครัฐ ที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เช่น สำนักงานเขต และอาจจะรวมไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตพื้นที่นั้น ๆ เพราะหลายครั้งตนและเพื่อนๆ ส.ส.หลายๆท่าน ฃในกลุ่มดาวฤกษ์ได้รับเรื่องร้องเรียนมากมาย ผ่านทั้งทางสื่อออนไลน์และการลงพื้นที่

"พวกเราในฐานะผู้แทนฯ น้อมรับคำร้องเรียนติเตียน และเข้าใจถึงความเดือดร้อนประชาชนทุกคน และมุ่งมั่นที่จะผลักดันแก้ไขจัดการ ข้อจำกัดอุปสรรคต่าง ๆ เพื่อให้ภาครัฐได้มีสิทธิ์นำงบประมาณมาทำนุบำรุง แก้ไขซ่อมแซม ถนนหนทาง เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทยทุกคน" นางกรณิศกล่าว

ด้าน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังจากที่ประชุมสภาฯมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา การบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลว่า การผลักดันให้เกิด กมธ.ชุดนี้เกิดขึ้นจากการที่ ส.ส.กทม.ในส่วนของกลุ่มพวกเราได้ลงพื้นที่ โดย นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.เขตคลองเตย-วัฒนา และ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.เขตบางกะปิ ได้มีประชาชนในพื้นที่ประสานเข้ามาเพื่อขอความช่งยเหลือ จากปัญหาด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ส่วนบุคคล ที่หน่วยงานราชการหรือรัฐ ไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรในพื้นที่ได้เลย อย่างเช่น หมู่บ้านหลายแห่ง เมื่อสร้างและขายเสร็จแล้ง นิติบุคคลปล่อยให้พื้นที่ส่วนกลางเป็นที่รกร้าง เสื่อมโทรม ไม่ได้มีการดูแลให้กับลูกบ้าน จนทำให้ประชาชนที่อาศัยได้รับความเดือดร้อน และเมื่อเราไปศึกษาก็พบว่ากฎหมายตรงนี้มีช่องว่างอยู่มาก

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้การลงพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราพบว่าในพื้นที่ กทม.ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกหลายด้านที่ประชาชนยังรอการแก้ไข เช่น การก่อสร้างตึกสูงในพื้นที่ชุมชน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้มีการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องผังเมืองของ กทม.ที่ขณะนี้อยู่ในช่วง 90 วันสุดท้าย ที่จะสามารถทักท้วงกรือให้ความเห็นได้ เพราะถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไปทาง กทม.จะนำส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อประกาศใช้กฎหมายต่อไป

“เราจะขอให้ กมธ.ชุดนี้ เป็นบันไดขั้นแรกในการแก้ไขปัญหา และจะพิจารณาศึกษาขอบเขตให้กว้างมากขึ้น ซึ่งเรื่องไปถึงเรื่องผังเมืองด้วย รวมถึงการศึกษข้อกฎหมายในการขอสร้างตึกสูงที่เบื้องต้นพบว่ามีช่องโหว่งของกฎหมายให้กับทางนักพฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถเลี่ยงบาลีได้ และเมื่อผ่านการศึกษาจาก กมธ.แล้ว อาจจะมีการยื่นของแก้ไขกฎหมายในที่ประชุมสภาฯต่อไป”น.ส.วทันยา กล่าว