ข้อความที่ "วันชัย สอนศิริ" สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวน่าจะสะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับรัฐบาลของ "บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้อย่างชัดเจน

"สถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้ ตรงกับสุภาษิตโบราณที่ว่าผีซ้ำด้ำพลอย แค่นั้นยังไม่พอกำลังกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะเป็นปัญหาบานปลายเรื่องไม่เป็นเรื่องก็จะเป็นเรื่องทุกประเด็นที่ไม่มีปัญหาก็จะมีปัญหาในทุกเรื่องในทุกประเด็นเช่นกัน

ใครจะคิดว่าอยู่ๆเรื่องบอสกระทิงแดงก็โผล่ขึ้นมาในสถานการณ์ที่นักเรียนนิสิต นักศึกษากำลังชุมนุมเป็นกระแสคลื่นกระแทกเป็นระลอกๆ กระทบไปแต่ละจังหวัดๆ ในสถานการณ์ที่มีการปรับเปลี่ยนอำนาจ ชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ปัญหาภายนอกก็ยิ่งใหญ่" ข้อความบางส่วนจากเฟซบุ๊ก ส.ว.วันชัย (26 ก.ค.63)

การเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิต นักศึกษาเพื่อเรียกร้อง ยื่นเงื่อนไข 3 ข้อ ทั้งการยุบสภาฯ-หยุดคุกคามประชาชนและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่เปิดหน้าเล่นกันตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จน ศบค.เองที่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ออกไปอีก 1 เดือนแต่ไม่ห้ามเรื่องการชุมนุม

นั้นได้เกิดข้อกังวลต่อ "ฝ่ายความมั่นคง"ไม่น้อย เพราะไม่เพียงแต่จะเกิดปรากฏการณ์ชุมนุมในลักษณะดาวกระจายนัดหมายก่อแฟลชม็อบกันลามไปตามต่างจังหวัดเท่านั้น หากแต่ผู้ที่ออก มาชุมนุมยังกลายเป็นเด็กนักเรียนระดับมัธยมต้นไปจนถึงมัธยมปลาย

นั่นหมายความว่าโอกาสที่จะเกิดการบานปลาย ทั้งในแง่การปลุกระดมไปจนถึงการควบคุมมวลชน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายดาย มีโอกาสสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นได้ทุกเมื่อ !

ขณะที่รัฐบาลพยายามที่จะ "ดึงฟืนออกจากกองไฟ" ด้วยการเปิดทางให้กลุ่มนักศึกษา ชุมนุมเคลื่อนไหวได้แม้จะมีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ บังคับใช้อยู่ก็ตาม แต่ปรากฏว่า ล่าสุดรัฐบาล กลับต้องเผชิญหน้ากับ "แรงกดดัน"จากสังคมแทบทุกภาคส่วนอย่างหนัก เมื่อโดน "กระทิงแดงขวิด" เข้าอย่างจัง ! และที่น่ากังวลแทนรัฐบาลไปมากกว่านั้น ยังกลายเป็นว่าจากกรณี "คดีทายาทกระทิงแดง" นั้นรัฐบาลแทบหา "แนวร่วม" ไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะผู้คนในสังคมพากันผิดหวัง ต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างหนัก

เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงยืนยันว่า "วรยุทธ อยู่วิทยา" ทายาทผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหมดในคดีขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 หลังจากพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

แน่นอนว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเพื่อกดดันรัฐบาลนั้น ยังมีฝ่ายที่เห็นต่างและเชื่อว่ามี"การเมือง" อยู่เบื้องหลัง อีกทั้งยังฉวยโอกาสสอดแทรกแนวคิดล้มล้างสถาบันร่วมด้วย จึงกลายเป็นการบั่นทอน และลดน้ำหนักของการชุมนุมลงไป

แต่สำหรับกรณีคดีที่ทายาทกระทิงแดง หลุดทุกคดี ทุกข้อหาจาก "ผู้ต้องหา"กลายเป็น "ผู้บริสุทธิ์" ย่อมไม่มีใครยอมรับได้ และนี่กำลังจะกลายเป็น "น้ำผึ้งหยดเดียว" ที่จะดึงดูดให้ผู้คนในสังคมทุกขั้ว ทุกข้าง หันมาตั้งคำถามถึง "จุดยืน"ของรัฐบาล ที่มี "3 ป." เป็นตัวหลัก ว่าจะคลี่คลายสถานการณ์ เรียกความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ให้กลับคืนมาได้อย่างไร

ประเด็นที่มีความสุ่มเสี่ยง เปราะบางเช่นนี้ ยิ่งยากที่ "ใคร" แม้แต่ที่เคยเป็น "พันธมิตรร่วมรบ" กับ "3 ป."อยากจะยื่นมือเข้ามาสนับสนุน โอกาสที่รัฐบาลจะถูกโดดเดี่ยว หลังถูก "กระทิงแดง"พุ่งเข้าชน ยิ่งมีสูง !

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ที่เกิดขึ้น คือ"ประยุทธ เพชรคุณ" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ออกมาเปิดเผยแล้วว่าอัยการสูงสุดมีการสั่งให้เรียกสำนวนคดีมาตรวจสอบ โดยคาดว่าจะได้ทำการตรวจสอบสำนวนในวันที่ 29 ก.ค.นี้การขยับจากฟากอัยการสูงสุดที่จะกลายเป็น "เป้าโฟกัสใหม่" จะสามารถลดแรงเสียดทานให้กับรัฐบาล ได้หรือไม่ โปรดอดใจรอ !

กองทุนประกันวินาศภัย

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน