กรมชลประทาน ชี้แจงกรณี ผู้นำหมู่บ้านและเกษตรกร ตำบลบานพราน ตำบลหนองแม่ไก่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เรียกร้องให้กรมชลประทานปล่อยน้ำหล่อเลี้ยงคลองส่งน้ำ 5 ซ้าย-1 ขวา ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชัณสูตร เนื่องจากได้รับความเดือนร้อนจากการขาดแคลนน้ำเป็นอย่างมากนั้น

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เนื่องจากปัจจุบัน (21 ก.ค.63) 4 เขื่อนหลัก ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 711 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 4 ของน้ำใช้การทั้งหมด กรมชลประทาน เปิดรับน้ำจากแม่น้ำน้อยผ่านประตูระบายน้ำบรมธาตุ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่อัตรา 20 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 25 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชันสูตร ได้บริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะน้ำต้นทุนน้อย เพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศและไม้ผล รวมทั้งช่วยเหลือพื้นที่ที่เพาะปลูกข้าวไปแล้วไม่ให้เกิดความเสียหาย ซึ่งได้จัดสรรน้ำส่วนหนึ่งเข้าคลอง 1 ขวา ปัจจุบันระดับน้ำในคลอง 1 ขวา กม.36+682 สูงกว่าระดับธรณีท่อระบายน้ำปากคลองส่งน้ำ 5 ซ้าย-1 ขวา 0.30 เมตร สามารถส่งน้ำเข้าคลองสำหรับช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกข้าวดังกล่าวได้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม2563 ที่ผ่านมา ประกอบกับมีฝนตกในพื้นที่ทำให้เกษตรกรสามารถใช้น้ำจากน้ำฝนและน้ำจากคลองระบายน้ำบางส่วนได้

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันปริมาณต้นทุนอยู่ในเกณฑ์น้อย การระบายน้ำจากเขื่อนสนับสนุนเฉพาะเพื่อการอุปโภค-บริโภค รักษาระบบนิเวศ ไม้ผลและไม้ยืนต้นเท่านั้น ในการเพาะปลูกข้าวนาปี 2563 ต้องอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ พบว่า สถานการณ์น้ำฝน-น้ำท่าเป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาที่คาดการณ์ไว้ว่า ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป จะเริ่มมีฝนตกสม่ำเสมอ และคาดการณ์ว่าประมาณวันที่ 1-4 สิงหาคม 2563 จะมีฝนตกกระจายในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้น ขอให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวนาปีเมื่อมีปริมาณฝนตกอย่างสม่ำเสมอและมีปริมาณน้ำเพียงพอ