ไม่เพียงแต่ความประมาทการ์ดตกที่พาหายนะโควิด-19 มาถึงตัวได้ หากแต่ยังเกิดปรากฏการณ์ท้าทาย แบบพิเรนทร์ๆขึ้น เรื่องนี้เกิดที่สหรัฐอเมริกา สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า มีการจัดปาร์ตี้รวมตัวคนติดเชื้อโควิด-19 โดยแข่งกันว่า ใครจะติดเชื้อก่อนกัน

ในข่าวมีหนุ่มอายุ 30 ปี เข้าร่วมปาร์ตี้นี้ และติดโควิด-19 ในเวลาต่อมา จากนั้นก็อาการหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ก่อนสิ้นใจ หนุ่มผู้โชคร้ายรายนี้ สารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าเขาทำผิดพลาดไป โดยคิดว่าโควิดเป็นแค่เรื่องหลอกลวง

ขณะที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้สวมใส่หน้ากากผ้าตราสัญลักษณ์ประธานาธิบดี ออกงานอย่างเป็นทางการครั้งแรก ในการไปเยือนศูนย์การแพทย์ทหาร “วอลเทอร์ รีด เมดิคอล” เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

สำหรับเมืองไทยนั้น สถานการณ์การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความตื่นตัวในการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสวมหน้ากากอนามัยและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ทำให้สามารถควบคุมโรคได้ดีมาตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา แม้จะผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 5 แล้ว ยังไม่พบการระบาดภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้วิกฤติคลี่คลาย

ข้อมูลจาก ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุตอนหนึ่งว่า ขณะนี้สายพันธุ์ที่แพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก จึงเป็นสายพันธุ์ G มากที่สุด สายพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศและมาตรวจพบ ใน state quarantine ของประเทศไทย จึงมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นสายพันธุ์ G แล้ว และเชื่อว่า ถ้ามีการระบาดในระลอก 2 สายพันธุ์ที่จะระบาดจะต้องเป็นสายพันธุ์ G ที่ย้อนกลับมาจากประเทศทางตะวันตก และในเอเชียอยู่ขณะนี้ ไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์ S ที่เคยระบาดอยู่ในประเทศไทย

ทว่า กรณีทหารอียิปต์ รายหนึ่งที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจที่ประเทศไทย ช่วงวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2563 และเข้าพักโรงแรมที่ จ.ระยอง ติดเชื้อ โควิด-19 ซึ่งทหารรายนี้ได้เดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ในตัวเมืองระยอง และอีกราย เป็นเด็กหญิงอายุ 9 ปี บุตรสาวของอุปทูตซูดาน ติดเชื้อโควิด-19 เข้าพักบ้านพักสถานทูต และ คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล ถึงการแพร่ระบาดในวงกว้าง และอาจส่งผลให้ต้องล็อกดาวน์รอบ 2

เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขอแสดงความรับผิดชอบ โดยระบุว่ารู้สึกเสียใจ และขอโทษประชาชนด้วย ทั้งนี้ได้มอบให้กระทรวงต่างประเทศไปหารือกับสถานทูตแล้ว และระงับเที่ยวบินไม่ให้เข้ามาอีกจนกว่าแก้ปัญหาได้ พร้อมทั้งสั่งทบทวนมาตรการผ่อนคลายต่างๆ กรณีของสถานทูตฯ และทูตต่างๆ ก็ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่นเดียวกับการบินเข้า-ออก ไม่ว่าเป็นเครื่องทหารหรือใครก็ตาม ต้องทำตามระเบียบอย่างเคร่งครัด อีกทั้ง นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์

เราเห็นว่า การออกมาแสดงความรับผิดชอบของศบค. ในกรณีที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว เร่งแก้ไขปัญหา พร้อมอุดช่องโหว่เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นในครั้งต่อไป ถือเป็นท่าทีที่ดี เพราะที่ผ่านมาทำดีแล้ว เมื่อเกิดปัญหาขึ้นต้องเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบกิจการต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกันก็ต้องกลับมาตั้งการ์ดกันอีกครั้งให้รัดกุม สถานการณ์ตอนนี้หากสามารถติดตามเชิงรุก ควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดจนเกินรับมือได้ เอาให้อยู่ ก็จะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา จะได้เอาสมาธิไปปูทางไปแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ส่วนแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ต้องอิงหรือเชื่อมโยงกับการเปิดรับต่างชาติ คงต้องปิดประตูตายทุกกรณี

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance