เมื่อวันที่ 4 ก.ค. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ว่า จังหวัดกระบี่มีแหล่งเก็บกักน้ำภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ 1.ฝายคลองปกาไสย 2.ฝายคลองน้ำแดง 3.ฝายคลองทรายขาว 4.อ่างเก็บน้ำบางกำปรัด 5.อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเขียว 6.อ่างเก็บน้ำคลองหยา 7.อ่างเก็บน้ำห้วยลึก และ 8.อ่างเก็บน้ำคลองแห้ง ซึ่งมีความต้องการน้ำ 117.50 ล้าน ลบ.ม./ปี แบ่งเป็น ด้านการเกษตร 105.40 ล้าน ลบ.ม. อุปโภค-บริโภค 4.05 ล้าน ลบ.ม. อุตสาหกรรม 0.27 ล้าน ลบ.ม. และรักษาระบบนิเวศ 7.78 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน มีแผนพัฒนาแหล่งน้ำและระบบชลประทาน ในปี 2563 คือ การทำฝายบ้านสะท้อนกลวง ต.สินปุน อ.เขาพนม ซึ่งจะมีพื้นที่รับประโยชน์ 500 ไร่ 40 ครัวเรือน การทำสถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำฝายคลองยา ต.คีรีวง อ.ปลายพระยา มีพื้นที่รับประโยชน์ 1,500 ไร่ 80 ครัวเรือน การปรับปรุงระบบท่องส่งน้ำอ่างเก็บน้ำบางกำปรัด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระยะที่ 2 ความยาว 5.840 กิโลเมตร การทำระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ พื้นที่ชลประทาน 3,400 ไร่ โครงการระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง และการทำระบบระบายน้ำความยาว 3.677 กิโลเมตร โครงการอ่างเก็บน้ำทรายขาว

อย่างไรก็ตาม โครงการชลประทานกระบี่ได้มีการติดตาม วิเคราะห์ แนวโน้มสถานการณ์จากศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) อย่างใกล้ชิด โดยได้มีการขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง ขนาด 12 นิ้ว เพื่อช่วยเหลือเกษตรได้ถึง 3,227 ไร่ อีกทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือ ไว้ให้ความช่วยเหลือ ทั้งเครื่องสูบน้ำและรถบรรทุก เป็นต้น

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้มีการวางแผนบริหารจัดการแหล่งน้ำในจังหวัดกระบี่อย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายน้ำ โดยทำการพร่องระบายน้ำเพื่อรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน และตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามปกติ