นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม.กล่าวถึงการตรวจประเมินความพร้อมสถานศึกษาเกี่ยวกับมาตรการป้องกันโควิดหลัก 20 ข้อ และมาตรการเสริม 24 ข้อ ว่า กทม. ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจติดตามแผนการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัดกทม.ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบ่งเป็น 3 คณะ ประกอบด้วย โรงเรียนในกลุ่มกรุงธนเหนือและกรุงธนใต้ โรงเรียนในกลุ่มกรุงเทพเหนือ กรุงเทพกลาง กรุงเทพใต้ และโรงเรียนในกลุ่มกรุงเทพตะวันออก โดยคณะกรรมการฯ แต่ละคณะมีหน้าที่กำกับติดตาม ดูแลรับผิดชอบให้คำแนะนำการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนสังกัดกทม. พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้สถานศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองให้เข้าใจมาตรการป้องกันโรค ตลอดจนรับฟังปัญหาหรืออุปสรรคของโรงเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดภาคเรียน รวมถึงปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดรับตามแนวทางและมาตรการควบคุมโรคที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกันคณะผู้บริหารกทม.ได้ประชุมเตรียมความพร้อมการเปิดภาคเรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมมอบนโยบายด้านการศึกษาและเน้นย้ำให้ทุกโรงเรียนมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยกำหนดเวลาในการความสะอาดบริเวณพื้นที่ใช้สอยร่วมกันในโรงเรียน เช่น ห้องน้ำ ห้องอาหาร โต๊ะ เก้าอี้ อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งจัดเตรียมและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ กรณีพบผู้ป่วยในโรงเรียน รวมทั้งขอให้บุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนเป็นแบบอย่าง “การ์ดอย่าตก” พร้อมทั้งให้กำลังใจข้าราชการครูที่ต้องทำงานอย่างหนักในภาวะ New normal

ปลัดกทม.กล่าวว่า นอกจากนั้น สำนักอนามัย กทม. ยังได้ชี้แจงแนวทางดำเนินการและมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ให้กับสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อให้ครูและเจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง ซึ่งครูจะต้องบันทึกการเจ็บป่วยของเด็กทุกวัน โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ เน้นย้ำกลุ่มอาการเสี่ยง เช่น ไข้ ไอ จาม ซึ่งเป็นอาการใกล้เคียงกลุ่มโรคโควิด-19 ทั้งนี้ หากพบเด็กเจ็บป่วยพร้อมกัน 5 รายขึ้นไป ครูต้องรายงานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขที่จับคู่กับโรงเรียนให้เข้าไปควบคุมโรคในโรงเรียนโดยเร็ว อีกทั้งยังได้เตรียมแผนรองรับกรณีพบผู้เรียนเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ต้องมีช่องทางติดต่อกับผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีการจัดพื้นที่แยกส่วน ระบบการส่งต่อสถานบริการสาธารณสุข การปิดห้องเรียน หรือปิดสถานศึกษา และการทำความสะอาด หากมีเด็กอาการใกล้เคียงกลุ่มโรคเกี่ยวกับโควิด-19 เบื้องต้นต้องแยกเด็กออกจากชั้นเรียนมาพื้นที่แยกส่วน เพื่อให้ทีมสาธารณสุขลงพื้นที่ดำเนินการ และมั่นใจว่าสามารถควบคุมและจำกัดวงของโรคได้