นายกฯ ขอบคุณสภา เชื่อทุกคนหวังดี ชี้ก่อหนี้เป็นทุกรัฐบาล แต่วันนี้ปัญหามีมาก ย้ำแค่ดักคองบฯโครงการท้องถิ่น-โครงการกระทรวง ต้องไร้ทุจริตแทรกแซง ยันรบ.ทำดีที่สุดเพื่อปชช.

เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 2 ก.ค.63 ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวันที่ 2 ภายหลังเสร็จภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวถึงการประชุมที่ผ่านมาว่า สำหรับการอภิปรายเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกคน เข้าใจว่าทุกคนหวังดี แต่บางครั้งต้องดูข้อมูลที่สังเคราะห์แล้ว และกรอบในการจัดทำงบประมาณ ช่วงนี้จึงจะมีคนที่ได้และคนที่กำลังจะได้ จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบพร้อมจัดลำดับความเร่งด่วน ซึ่งหลายหน่วยงานและจังหวัดอาจถูกปรับงบประมาณลง จึงต้องมาดูความแตกต่าง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เราต้องตัดทอนงบฯที่ไม่จำเป็นและไม่ได้ผลออกไปก่อน หรือถ้าโครงการใดที่ลำดับความสำคัญเร่งด่วนกว่าก็ต้องปรับขึ้นมา บางโครงการอาจรอไปถึงปีหน้า รวมทั้งงบฯด้านการวิจัยก็ต้องให้ความสำคัญ เรามียุทธศาสตร์ชาติเป็นตัวกำหนด และมีแผนแม่บทคอยกำกับ ในเรื่องการปฏิรูประบบราชการที่รัฐบาลและตนให้ความสำคัญ ทั้งระบบการกระจายอำนาจและระบบอื่นๆ เพียงแต่ทุกคนต้องพัฒนาตัวเองก่อนและต้องแก้ปัญหา โดยทุกคนต้องมีความพร้อม ไม่เช่นนั้นจะเกิดการรั่วไหลทุจริต

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับข้าราชการที่ถูกมองว่ามีจำนวนมาก เราก็มีการปรับโครงสร้างมาตลอด เช่น เรื่องเทคนิคและดิจิทัลจำเป็นต้องมีคนมารองรับ แต่อนาคตข้างหน้าจะมีเครื่องมือเข้ามาทดแทนคนก็ต้องลดลง

"หลายอย่างที่ฟังในสภาก็เป็นประโยชน์ แต่หลายอย่างยังมีความไม่เข้าใจกัน ถ้ามองอะไรเป็นเสี้ยวๆก็จะมีปัญหา แต่ถ้ามองอย่างนายกฯและ ครม.มองก็จะเป็นอีกแบบ โดยนำทุกอย่างมารวมกันก่อนตัดสินใจทำ ส่วนที่มองกันว่างบกลางมีจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ และเพิ่มเพื่อรองรับกรณีภัยพิบัติ ถ้าไม่มีก็ถือว่าโชคดีไป และสามารถอนุมัติเพิ่มเติมให้กับท้องถิ่น ที่สำคัญผมในฐานะนายกฯ ไม่ได้กำหนดให้เงินงบประมาณเพียงคนเดียว เรามีคณะกรรมการกลั่นกรอง โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม. เพื่อขออนุมัติงบกลาง ไม่ใช่เรื่องที่นายกฯ สั่งคนเดียว จะรับผิดชอบไหวหรือ ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจ หลายอย่างที่พูดออกมาฟังดูแล้วดี แต่ในการปฏิบัติมันทำไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเริ่มต้นด้วยกฎหมายและระเบียบ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ผ่านมารัฐบาลเสนอกฎหมายให้พิจารณาหลายฉบับ แต่ยังไม่สามารถออกมาบังคับใช้ได้ เพราะมัวแต่สนใจเรื่องความขัดแย้ง หน้าที่ของกฎหมายมันต้องมี"นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านให้ฉายาผู้นำแห่งการก่อหนี้ว่า มันก็เป็นอย่างนี้ทุกรัฐบาล แต่ว่าวันนี้ปัญหาเรามากขึ้นก็ต้องใช้งบประมาณมากขึ้น ตนไม่โทษใคร เพราะโทษใครไม่ได้ โทษประชาชนก็ไม่ได้ โทษคนอื่นก็ไม่ได้ ต้องโทษตัวเอง สิ่งสำคัญคือการจัดงบประมาณปีนี้ ไม่ได้จะได้ทุกคน แต่ถ้าบอกว่าจะได้ทั้งหมด ไม่มีคนเสียก็ไม่ได้ ถ้าภาษีเก็บไม่ได้ก็ไม่มีนี่คือหลักการสูงสุด ต้องเข้าใจถึงความต้องการของประชาชนคนไทย ซึ่งทุกคนก็จะหวังจากรัฐบาล และรัฐบาลก็หวังจากการจัดเก็บรายได้ซึ่งมันเชื่อมโยงกันแค่นี้ แต่รัฐบาลต้องทำเป็นขั้นเป็นตอน ถ้าบอกว่าคนในต่างจังหวัดเข้าถึงไม่ได้ก็ต้องสนับสนุนให้ไปอบรม ไม่ใช่บอกว่าเข้าไม่ถึง แล้วเมื่อไหร่จะเข้าถึง พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี แต่ก็มีลูกหลานหรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องช่วยแนะนำรวมถึงส.ส.ถ้าจะบอกว่าไอ้นั่นไม่ได้ไอ้นี่ไม่ได้มันก็ไปกันไม่ได้

นายกฯกล่าวว่า ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและบูรณาการร่วมกันเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศชาติประชาชน อย่าบอกแต่ตัวเองว่าต้องการ แต่ไม่ไปดูว่าที่ผ่านมาได้อะไรมาแล้วบ้าง ไม่ใช่นายกฯต้องการให้ทุกคนไม่ขออะไรเลย ซึ่งมันไม่ใช่ เป็นหน้าที่ที่นายกฯต้องทำที่ตนพูดเช่นนี้เพราะเราต้องปรับความคิดระหว่างกันให้เป็นความร่วมมือด้วยกัน ถ้าทุกคนไม่ยอมกันเลย มันก็ไปไม่ได้ คณะกรรมการนโยบายต่างๆมีอนุกรรมการเป็นร้อยๆคณะ ถ้าไม่เอาหลักการที่นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลมอบให้แล้วทำงานกันไม่ได้แล้ว ทุกอย่างก็จะโยนกลับมาที่นายกฯ เพราะมันไม่ได้ข้อยุติ ถ้าเราสร้างระบบนี้ขึ้นมาได้ใครจะเป็นนายกฯใครจะเป็นรัฐบาลดีทั้งนั้น

เมื่อถามว่า ที่นายกฯกล่าวตอนหนึ่งในการชี้แจงร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ไม่ต้องการให้ใครแทรกแซงการจัดทำงบประมาณท้องถิ่นหรือในกระทรวงโดยระบุถ้านายกฯรู้พวกคุณก็ต้องรู้ นายกฯกล่าวว่า ตนพูดถึงทั่วไป ที่คุณถามคุณก็รู้อยู่ในหัวคุณอยู่แล้ว คุณจะถามให้ตนไปชี้โน้นชี้นี่คนไม่ชี้ ทุกคนต้องช่วยกันดูแลทุกโครงการ เพราะประชาชนเป็นคนเสนอผ่านกลไกท้องถิ่น มีคณะกรรมการแล้วขึ้นมาทางกระทรวงแล้วเสนอเข้า ครม. ปัญหาก็คืออย่าไปยุ่งกับโครงการเหล่านั้นเช่นการล็อกสเปกเพราะมันเคยเกิดมาแล้ว

เมื่อถามว่า หมายความว่านายกฯยังไม่ได้รับรายงานเลยใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า มันยังไม่ได้ใช้เงินเลยสักบาท งบฯปี 64 ยังไม่มีเลย งบฯฟื้นฟูยังไม่จ่ายเลยสักบาท ต้นเพียงแต่เตือนว่าอย่าไปทำตนยังไม่ได้ว่าใคร ถ้าคุณถามว่าอย่างนี้เท่ากับตนจะไปว่าคนนั้นคนนี้ และไม่ใช่ตนบอกว่าตนดีคนเดียวตนไม่ใช่คนอย่างนั้น