“รู้กันอยู่แล้วว่าประเทศไทยตอนนี้กำลังเจอพายุ คงไม่ใช่แค่ไทยประเทศเดียว ทุกประเทศในโลกกำลังเจอพายุลูกใหญ่ ดังนั้นพายุใหญ่ลูกนี้ถ้าไม่ตั้งรับดี ๆ จะเหนื่อยกันหมด เช่น สิงคโปร์ต้องยุบสภา เพราะคาดคะเนว่าเศรษฐกิจจะย่ำแย่ลงมาก จึงยุบก่อน เพื่อเลือกตั้งจะได้มีรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานมอบนโยบายช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

อันที่จริงกระแสข่าวการยุบสภานั้น มีมาอย่างต่อเนื่อง กระนั้น ยังมองว่ารัฐบาลจะยังไม่เลือกหนทางยุบสภาในเร็ววันนี้ หากแต่จะเลือกการปรับคณะรัฐมนตรีมากกว่า

อีกทั้ง ปัจจัยปัญหาระหว่างสิงคโปร์ กับประเทศไทยนั้น มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะการกลับมาระบาดระลอก 2 ในสิงคโปร์ ในขณะที่ไทยยังคงประคองสถานการณ์จนสามารถควบคุมไม่ให้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้นานถึง 1 เดือน

อย่างไรก็ตาม คำกล่าวข้างต้นเรื่องพายุใหญ่ ไม่เกินเลยต่อความเป็นจริง ด้วยธนาคารโลก คาดการณ์ว่า ในปี 2563 เศรษฐกิจโลกจะหดตัว 5.2% ต่ำสุดในรอบเกือบ 100 ปี นับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (The Great Depression) ในช่วงทศวรรษ 1930 ขณะที่การค้าโลกจะหดตัว 13.4% เป็นการหดตัวรุนแรงเกินเลข 2 หลัก (-10% ขึ้นไป)

ในขณะที่หลายประเทศ เริ่มเปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจ แม้จะต้องเสี่ยงกับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีอย่างในประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากก็ตาม

ส่วนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ โดยกำลังเข้าสู่การผ่อนปรนมาตรการเฝ้าระวังในระยะที่ 5 หรือเฟส 5 ให้กับกิจกรรมและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง ในวัน 1 กรกฎาคม
2563

แม้นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์การผ่อนคลายมาตรการให้สามารถเปิดกิจการ กิจกรรมในระยะที่ 5 ให้กับสถานบันเทิง ธุรกิจผับ บาร์ คาราโอเกะ จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเฉลี่ยวันละประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 15,000-30,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อภาวะเศรษฐกิจ การจ้างงาน สภาพคล่องของธุรกิจ

กระนั้น ก็ยังมีความกังวลถึงปัญหาที่ภาคธุรกิจ และประชาชน ขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ในห้วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีธุรกิจที่ปิดตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง กำลังซื้อจะกลับมาประคับประคองช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางด้านเศรษฐกิจนี้ได้มากน้อยแค่ไหน

ในขณะที่รัฐบาลมีสัญญาณการจัดกระบวนทัพใหม่ อย่างน้อยๆ ก็มาจากฝั่งของพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังการปรับโครงสร้างภายในพรรค ได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และทีมเศรษฐกิจของพรรคชุดใหม่ ที่อาจส่งผลต่อโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่างไรก็ดี เรายังอยากย้ำว่า สถานการณ์ต่อจากนี้ไป หลังคลายล็อกมาตรการควบคุมโรค ต้องใช้ “เศรษฐกิจ” นำ “การเมือง”

ฉะนั้น การตัดสินใจใดๆ ไม่ว่าจะปรับหรือไม่ปรับคณะรัฐมนตรี จะปรับเล็กหรือปรับใหญ่ ล้างไพ่ จะต้องพิจารณาให้เป็นไปเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากวิกฤติเป็นหลัก เพื่อรับมือกับพายุใหญ่ที่ถาโถม

กองทุนประกันวินาศภัย
Muang Thai Insurance